ครั้นอยู่มา ณ เดือนแปด โฮจิ๋นจึงแต่งทหารซึ่งสนิทไปลอบฆ่านางตังไทฮอ ณ ตำหนักกลางสระ เจ้าพนักงานแลขุนนางทั้งปวงไปส่งสักการะศพนาง ตังไทฮอ
แต่โฮจิ๋นนั้นทำเฉยเสียมิได้ไป อ้วนเสี้ยวจึงมาเยือนแล้วบอกว่า
“ขันทีสิบคนนินทาว่าท่านให้ทหารไปลอบฆ่านางตังไทฮอเสียหวังจะคิดเอาราชสมบัติ ซึ่งท่านจะนอนใจอยู่มิคิดฆ่าขันทีสิบคนเสีย ภายหน้าไปเห็นจะเป็นอันตรายเป็นมั่นคง
ครั้งนี้ท่านกับโฮเบี้ยวผู้น้องก็เป็นผู้สำเร็จราชการสิทธิ์ขาด
ขุนนางทั้งปวงก็อยู่ในเงื้อมมือท่านสิ้นถ้าท่านคิดประการใดเห็นจะสมปรารถนา อุปมาเหมือนพลิกแผ่นดินกลับ ขอให้เร่งคิดฆ่าขันทีสิบคนเสียจงได้”
โฮจิ๋นจึงว่า “ท่านว่าทั้งนี้ก็ชอบอยู่แล้ว แต่เราขอทุเลาตรึกตรองดูสักเวลาหนึ่งก่อน”
แลคนใช้โฮจิ๋นได้ยินอ้วนเสี้ยวว่าดังนั้นคิดเอาใจออกห่างโฮจิ๋น จึงเอาเนื้อความลอบไปบอกเตียวเหยียง เตียวเหยียงรู้เนื้อความดังนั้นจึงคิดกับขันทีสิบคน
แล้วจัดหาเงินทองตระการไปให้โฮเบี้ยว
แล้วบอกว่า “โฮจิ๋นนั้นทำการหยาบช้า ฆ่าฟันผู้คนเสียตามอำเภอใจ เห็นจะเสียขนบแผ่นดินไป อนึ่ง ข้าพเจ้าสิบคนนี้หามีความผิดสิ่งใดไม่ โฮจิ๋นฟังคำคนยุยงจะฆ่าข้าพเจ้าทั้งสิบคนเสีย
ขอท่านได้เอาเนื้อความทั้งนี้ไปทูลนางโฮเฮาให้แจ้ง ข้าพเจ้าทั้งปวงจึงจะรอดชีวิต”
โฮเบี้ยวรับคำเตียวเหยียงแล้วเข้าไปทูลนางโฮเฮาตามคำเตียวเหยียง ฝ่ายนางโฮเฮาได้ยินดังนั้นมิได้พิจารณาก็เชื่อ พอโฮจิ๋นเข้าไปหานางโฮเฮาแล้วบอกเนื้อความว่า
“ขันทีสิบคนนี้ถ้าเอาไว้สืบไปจะมีอันตราย เราจะคิดฆ่าเสียให้สิ้น”
นางโฮเฮาตอบว่า “ขันทีสิบคนได้ทำราชการมาแต่ครั้งพระเจ้าเลนเต้จะได้มีความผิดสิ่งใดหามิได้ จะมาฆ่าเขาเสียนั้นไม่ควร ซึ่งว่าจะช่วยทำนุบำรุงการแผ่นดินนั้นเห็น ไม่สม
เหมือนหนึ่งจะแกล้งให้บ้านเมืองเป็นจลาจล”
โฮจิ๋นมิได้ตอบประการใดก็กลับมาบ้าน อ้วนเสี้ยวจึงถามว่า “ซึ่งข้าพเจ้าว่านั้นท่านคิดประการใด” โฮจิ๋นจึงตอบว่า “เราเข้าไปบอกนางโฮเฮา นางโฮเฮาไม่ยอม
แลการทั้งนี้เราจะคิดประการใดดี”
อ้วนเสี้ยวจึงว่า “ขอให้มีหนังสือท่านออกไป ให้หาหัวเมืองทั้งปวงยกทหารเข้ามาเป็นกระบวนทัพ แล้วประกาศว่าจะเอาตัวขันทีสิบคนฆ่าเสีย
นางโฮเฮาจะกลัวเป็นอันตรายเห็นจะให้จับขันทีส่งออกมาได้โดยสะดวก”
โฮจิ๋นเห็นชอบด้วยจะทำตามอ้วนเสี้ยวว่า แลตันหลิมได้ยินดังนั้นจึงเขียนเป็น กระบวนโคลงบทหนึ่งว่า “ผู้หนึ่งกำเริบใจว่าตัวชำนาญการกระสุน หลับตายิงนก
ถ้าลูกกระสุนถูกมือเข้าก็จะเสียการ”
แล้วตันหลิมจึงทักโฮจิ๋นว่า “ตัวท่านทุกวันนี้ราชการเมืองก็สิทธิ์ขาดอยู่แก่ท่าน ขุนนาง ทั้งปวงก็อยู่ในเงื้อมมือท่าน อันขันทีสิบคนเหมือนแมลงเม่า ตัวท่านเหมือนกองเพลิงอันใหญ่
แมลงเม่าหรือจะสู้เพลิงได้ ถ้าท่านจะคิดประการใดก็สมปรารถนา”
ทั้งยังบอกด้วยว่า “ตัวท่านเหมือนพญาหงส์คิดการใหญ่แล้วจะมาคร่าเท่าฝูงกาอยู่นั้นไม่ควร อันหัวเมืองทั้งปวงจะยกทหารเป็นกระบวนทัพเข้ามา ถ้าได้ตัวขันทีแล้ว
เห็นหัวเมืองทั้งปวงจะกำเริบเกิดศึกกลางเมือง ซึ่งคิดจะทำนุบำรุงแผ่นดินนั้นก็จะเสียที”
โฮจิ๋นได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเยาะแล้วตอบว่า “ตัวท่านจะมาร่วมคิดการใหญ่กับเรานั้น ความคิดท่านน้อยนักอุปมาดังเด็กเลี้ยงโค”
พอโจโฉก็อยู่ที่นั่นด้วยได้ยินตันหลิมกับโฮจิ๋นตอบกันดังนั้นจึงตบมือหัวเราะ แล้วว่า
“การลัดนิ้วมือเดียวไม่ควรที่จะเถียงกันอื้ออึง ถ้าจะคิดจับเอาแต่นายใหญ่นั้นฆ่าเสียก็จะได้โดยง่าย ทำไมจะให้ร้อนถึงหัวเมืองยกเป็นกระบวนทัพเอิกเกริกมาเล่า”
โฮจิ๋นจึงว่า “เราจะทำการใหญ่โตมาว่าดังนี้คบคิดเป็นใจเดียวกับขันทีสิบคนหรือ”
โจโฉได้ยินก็โกรธมิได้ตอบประการใด จึงเดินออกมาถึงนอกบ้านแล้วว่า “แผ่นดินครั้งนี้จะเกิดอันตรายเพราะโฮจิ๋น”