‘ปั๊ป-ใบเตย’อัพเดตงานแต่ง – วิวาห์ 15 พ.ย. นี้แล้ว สำหรับนักร้องหนุ่มวัย 39 ปี ‘ปั๊ป โปเตโต้’ หรือ พัฒน์ชัย ภักดีสู่สุข กับว่าที่เจ้าสาววัย 28 ปี ‘ใบเตย’ สุวพิชญ์ ไตรพรวรกิจ ที่ล่าสุดควงกันมาแถลงข่าวอัพเดตงานวิวาห์ ที่สตูดิโอคุณแม่
โดยนักร้องหนุ่มเผยที่มาของฤกษ์แต่ง 15 พ.ย.นี้ว่า “ถ้าย้อนไทม์ไลน์ที่ขอเตยไว้ส่วนตัว 2 ปีที่แล้ว ให้เพื่อนที่ชื่อต้องจิตดูฤกษ์ให้ ซึ่งเขาดูให้ปีที่แล้ว ว่าเป็นฤกษ์วันที่ 15 พ.ย.ปีนี้ ก็ล็อกเอาไว้ ซึ่งเป็นฤกษ์แรกและเป็นฤกษ์เดียวครับ”

ตอนนี้เตรียมความพร้อมยังไงบ้าง ว่าที่เจ้าสาวกล่าวว่า “ถ่ายพรีเวดดิ้งแล้ว สถานที่เป็นโรงแรมคอนราด แขก 400 คน”
ปั๊ปกล่าวต่อว่า “จะมีพิธีเช้าและบ่าย ตอนเช้ามีขันหมาก ยกน้ำชา รดน้ำสังข์ บ่ายงานเลี้ยง งานเรียบง่าย ไม่มีธีมหวือหวา”
ใบเตยเสริม “เน้นเป็นโทนสี สีเขียวอ่อน สีเหลือง สีฟ้าอ่อน โทนพาสเทล เตยกับพี่ปั๊ปชอบท่องเที่ยว เราจะเก็บภาพมาเยอะและได้ประสบการณ์ดีๆ จากการเดินทางในและต่างประเทศ เพราะฉะนั้นงานแต่งของเตย อยากให้คนที่มาในงานได้เห็นสิ่งที่เราได้ไปเห็น เลยจะมีรูปตอนเราไปเที่ยวกัน ส่วนชุดเตรียมไว้ 3 ชุดค่ะ”
ภาพที่ปล่อยมาใช่ภาพพรีเวดดิ้งไหม “ไม่ใช่ค่ะ พอดีวันนั้นเตยมีถ่ายงาน แล้วพี่ปั๊ปไปด้วย มีพี่ช่างภาพที่รู้จักกัน เลยขอถ่ายรูปเล่น ภาพน่ารัก เลยเอารูปนี้เป็นการบอกข่าวพี่ๆ น้องๆ เกี่ยวกับงานแต่ง”
พรีเวดดิ้งที่ไปถ่ายเป็นแนวไหน นักร้องหนุ่มกล่าวว่า “ครั้งนี้ถือเป็นงานถ่ายรูปคู่เป็นทางการล่าสุด หลังซีรีส์ ทิ้งไว้กลางทาง”
ใบเตยกล่าวต่อ “ไม่ได้เป็นพรีเวดดิ้งจ๋า เน้นถ่ายรูปคู่กันจริงจัง ชุดกึ่งๆ ทางการ”
จะมีอะไรพิเศษไหมอย่างแต่งเพลงให้ว่าที่เจ้าสาว ปั๊บกล่าวว่า “มีครับ แต่ไม่เซอร์ไพรส์แล้ว คิดว่าก็มีอะไรพิเศษสักอย่าง แต่ยังเรียบเรียงได้ไม่ดีเท่าไหร่ ขอจัดสรรอีกนิด”

มีวางแผนอนาคตหลังแต่งงานยังไงบ้าง “ถ้าก่อนหน้านี้คิดว่าต้องมีลูกกัน ปล่อยชีวิตไปตามธรรมชาติ แต่ช่วงที่ผ่านมามีช่วงที่เราต่างคนต่างทำงาน ตัวผมเองอยากมีนะ เตยอยากมีมั้ย (หันไปถามเตย)”
ใบเตยพยักหน้า “อยากมีค่ะ แต่อยากทำงานอีกพักนึงก่อน ให้ทุกอย่างดูเข้าที่เข้าทางก่อน อันนี้คือเตยขอพี่ปั๊ป (หัวเราะ)”
ปั๊ปกล่าวว่า “ได้ๆ ผมยังได้อีก (หัวเราะ)”
จะมีแพลนฮันนีมูนไหม “ไม่น่ามีครับ” ใบเตยเสริม “ยังไม่มีตอนนี้ เที่ยวเยอะแล้ว”
5 ปีที่ผ่านมา ความประทับใจในแต่ละฝ่าย ว่าที่เจ้าสาวกล่าวว่า “พี่ปั๊ปพูดตั้งแต่วันแรกที่คบกันว่าเขาจะทำทุกวันให้ดีที่สุด ต่อให้จะแต่งงาน เขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม ซึ่งก็เป็นแบบนั้นจริงๆ เขาสม่ำเสมอและเสมอต้นเสมอปลาย ในเรื่องความรู้สึกก็ยังเหมือนเดิม และคิดว่าหลังแต่งงานคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แค่สถานะของการใช้ชีวิตอาจจะเปลี่ยนไป ว่าในเรื่องของครอบครัวคงต้องอัพเลเวล”
ว่าที่เจ้าบ่าวกล่าวต่อ “มันไม่ต้องใช้เหตุผลเยอะ เวลาจะเลือกชีวิตคู่ใครสักคน มันเป็น เเค่เซนส์และสัญชาตญาณล้วนๆ ผมเต็มที่ตั้งแต่แรก คือเราใส่ความรู้สึกไปทั้งหมด เต็มที่กับชีวิตความรัก และผมคิดว่าเรายังต้องเรียนรู้กับชีวิตความรักไปจนแก่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ได้คิดว่าเธอคือแม่ของลูกฉันแล้วเหมาะสม เพราะผมคิดว่าตัวผมเองและตัวเขาเองต้องมีการปรับปรุงตลอดเวลา จนถึงทุกวันนี้ก็ยังต้องปรับ ผมคิดว่ามันสนุกดีที่มีใครสักคนเข้ามาเป็นบัดดี้ในชีวิต อย่างผมก็เพิ่งเรียนรู้ว่า จริงๆ เราสามารถแสดงความอ่อนแอให้กับคนที่เรารู้สึกว่าเขาพร้อมเป็นที่พิงให้เราได้ ไม่ใช่เป็นผู้ชายแล้วโดนปลูกฝังว่าต้องสตรอง ตรงนี้แหละ ถือเป็นเรื่องใหม่ในชีวิตผม”