‘ปูติน’จี้หยุดยิง-ถกศึก2โซเวียต – วันที่ 1 ต.ค. บีบีซีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ความขัดแย้งนองเลือดระหว่าง อาเซอร์ไบจานและอาร์เมเนีย สองอดีตสาธารณรัฐสมาชิกสหภาพโซเวียต
หลังเปิดฉาก แย่งชิงกรรมสิทธิ์เหนือภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค หรือสาธารณรัฐอาร์ทซัค ในพื้นที่เทือกเขาคอเคซัส อีกครั้งตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. ว่า
นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย อดีตผู้นำสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการทหารกับอาร์เมเนีย และมีความสนิทสนมกับรัฐบาลอาเซอร์ไบจาน เสนอเป็นตัวกลางจัดการเจรจาสันติภาพ เพื่อเร่งยุติความรุนแรงที่จู่ๆ ปะทุขึ้นอีกครั้ง รวมทั้งร้องขอให้ทุกฝ่ายระงับสงครามน้ำลาย และการใช้ถ้อยคำยั่วยุกระตุ้นให้ความขัดแย้งยิ่งระอุ
กระทรวงต่างประเทศรัสเซียเปิดเผยว่า นายลาฟรอฟโทรศัพท์หานายอาร์เมน ซาร์คิสเซียน โซห์รับ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอาร์เมเนีย และนายเจฮุน เบย์รามอฟ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอาเซอร์ไบจาน เพื่อแสดงความประสงค์เป็นเจ้าภาพจัดการหารือสันติภาพ ภายหลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ต่อสายตรงหาประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศส
ซึ่งก่อนหน้านี้แสดงความกังวลอย่างยิ่งยวดต่อแถลงการณ์ของรัฐบาลตุรกี พันธมิตรเหนียวแน่นของอาเซอร์ไบจาน หลังประกาศว่าพร้อมเต็มกำลังที่จะช่วยเหลือ อาเซอร์ไบจานในการทวงคืนดินแดนในอธิปไตย โดยนายปูตินและนายมาครงปรึกษาหาทางออกของวิกฤตความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่สี่ ขอให้ผู้นำชาติมหาอำนาจทั่วโลกร่วมเรียกร้องให้อาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานหยุดยิงทันที รวมทั้งเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูตเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสีย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีอิลฮัม แอลีเยฟ ผู้นำอาเซอร์ไบจาน แถลงเดินหน้าโจมตีจนกว่ากองกำลังอาร์เมเนียจะล่าถอยออกจากพื้นที่พิพาท ท่ามกลางความวิตกกังวลของนานาประเทศ ภายหลังการปะทะทวีความรุนแรงต่อเนื่องจนยอดเสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 130 ราย โดยฝ่ายอาร์เมเนียมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 94 ราย เป็นทหาร 92 นาย และพลเรือน 2 ราย ส่วนอาเซอร์ไบจานมีทหารเสียชีวิต 27 นาย และพลเรือนอีก 10 ราย
“เรามีแค่เงื่อนไขเดียว กองกำลังอาร์เมเนียต้องออกจากแผ่นดินของเราโดยทันทีและไม่มีข้อแม้” นายแอลีเยฟกล่าว ด้านกระทรวงกลาโหมอาร์เมเนียเผยแพร่ภาพถ่ายเครื่องบินรบ ซุกฮอย ซู-25 ของกองทัพอาร์เมเนียที่ถูกเครื่องบินขับไล่เอฟ 16 ของกองทัพอากาศตุรกี ยิงตก พร้อมประณามการแทรกแซงของตุรกี ต่อมาทางการตุรกีแถลงปฏิเสธข้อครหาของ รัฐบาลอาร์เมเนีย และว่าเป็นแผนโฆษณาชวนเชื่อไร้ค่า
ส่วนนายอิลนูร์ เซวิก ที่ปรึกษาประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ผู้นำตุรกี ปฏิเสธรายงานของบีบีซีอารบิกที่เปิดเผยบทสัมภาษณ์ของนักรบร่วมสมรภูมิคนหนึ่งว่า ตนถูกเกณฑ์มาจากตอนเหนือของซีเรียเมื่อสัปดาห์ก่อน จากนั้นถูกส่งไปยังตุรกีเพื่อสู้ศึกที่เกิดขึ้นใน นากอร์โน-คาราบัค โดยนายเซวิกย้ำว่าเป็นข่าวโคมลอยที่ไม่มีข้อเท็จจริง