แลนด์บริดจ์-แอร์บัส380 – เรื่องการขุดคลองไทยและการสร้างสะพาน (LAND BRIDE) ข้ามภาคใต้เชื่อมฝั่งทะเลเข้าด้วยกัน ตามที่รัฐบาลอนุมัติงบประมาณการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการไปแล้ว 68 ล้านบาท หลังมีแนวคิดมาเนิ่นนานมากแล้ว

ผู้สนับสนุนคิดไปถึงผลประโยชน์มหาศาลมาสู่ประเทศ แต่ไม่ได้คิดว่าโครงการขนาดใหญ่อย่างนี้มีผลกระทบต่อผู้คน ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมทั้งประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คนไปอย่างไร

ไม่มีใครรู้ว่านอกจากขุดคลองให้เรือผ่านไปมาได้แล้วนั้นจะต้องมีการลงทุนอะไรเพิ่มเติมเพื่อให้การบริการการผ่านเข้าออก การหยุดจอดรับส่งสินค้า ฯลฯ อีกเท่าใด จึงจะเป็นท่าเรือคลองไทยที่ใช้งานและมีค่าตอบแทนที่คืนสู่ประเทศ คืนสู่สังคม

เรื่องที่ผู้สนับสนุนโครงการคลองไทยมิได้บอกก็คือ การบริหารจัดการ การให้บริการคลองไทย เป็นใคร เพราะถ้าเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างชาติหรือการร่วมทุนระหว่างภาครัฐ-เอกชน ก็น่าจะหมายความว่า ต้องให้สัมปทานการบริหารจัดการให้แก่ผู้ร่วมลงทุน

แปลเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ ก็คือ จะต้องเกิด “สิทธิสภาพนอก อาณาเขต” ในพื้นที่ตลอดฝั่งคลองทั้งสองข้างและบริเวณปากทางเข้าออกของคลอง (ประวัติศาสตร์ของคลองปานามาจะเตือนให้ระวังกันในเรื่องนี้กันอย่างไร) แล้วจะเหมือนกันหรือคล้ายกับโครงการรถไฟความเร็วสูงสุวรรณภูมิ มาบตาพุดระยองหรือไม่ ที่จะต้องมีการยกพื้นที่บางส่วนให้ผู้ลงทุนหาประโยชน์เพิ่มเติม

ทุกอย่างดูดี ดูงาม น่าเชื่อ แต่…ขอเปรียบเทียบกับการลงทุนครั้งสำคัญของการบินไทยที่ลงทุนซื้อเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่มีชื่อเรียกว่า แอร์บัส 380

ก่อนจะซื้อมีความเชื่อมั่นจะสร้างสมรรถนะการให้บริการ การบินของการบินไทยอยู่ในระดับโลก มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ถึงความสะดวกสบาย รวดเร็ว บริการดีเยี่ยม การบินไทยจะซื้อเครื่องบินชนิดนี้มาถึง 6 เครื่อง คิดเป็นเงินไทยเครื่องละ 12,350,000,000 บาท รวมเป็นเงินเท่ากับ 74,100,000,000 บาท (เกือบเท่ากับแลนด์บริดจ์ที่กำลังจะสร้าง)

แต่แล้วจอดนิ่งมาทั้ง 6 ลำ จะขายต่อแล้วไม่มีคนซื้อ เพราะเมื่อประเมินว่าเป็นเครื่องบินที่ดี มีสมรรถนะสูง โดยไม่คิดต่อว่าการพัฒนาเครื่องที่ตามมาอย่างรวดเร็วนั้นได้เปลี่ยนแปลงระบบการให้บริการการบินของโลกโดยสิ้นเชิง

ผู้โดยสารในแต่ละเที่ยวนั้นควรจะมีจำนวนเท่าไรที่ทำให้ขนาดของเครื่องบินพอเหมาะกับพลังงานหรือ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง การปรับระยะเส้นทางการบินที่ไกลขึ้น ทำให้ฮับของสนามบินเปลี่ยนไป

ทั้งหมดก็เช่นเดียวกับการขุดคลอง ผู้ทำรายงานไม่เสนอรายงานหรืออาจจะไม่ได้ศึกษาการเปลี่ยนแปลง การให้บริการการเดินเรือว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เรือมีขนาดที่เหมาะต่อพลังงานที่ใช้อย่างไร เรือจะต้องจอดพักในระยะเท่าใดที่จะทำให้เกิดความรวดเร็วและสูญเสียค่าจัดการน้อยที่สุด ผู้จัดทำรายงานอาจจะไม่ได้ศึกษาว่า แม้โรงงานที่สร้างแผ่นเหล็กสำหรับต่อเรือยังหยุด เลิกผลิตแผ่นเหล็กเพราะความไม่คุ้มค่า ทางเศรษฐกิจ

โลกเปลี่ยนไปมากแล้ว โครงการขนาดยักษ์ต้องคิดมาก โดยเฉพาะคำว่า “ทำไปแล้วได้อะไรขึ้นมาบ้าง ทำไปแล้วคุ้มค่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไร ในทางเศรษฐกิจมีจุดคุ้มทุนทางไหนบ้าง

คุ้มหรือไม่คุ้ม

นายช่าง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน