คปสธ.ชงปฏิรูป5ด้านสาธารณสุข – นพ.อุดม คชินทร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข (คปสธ.) กล่าวถึงผลการประชุมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัด สธ. พร้อม ผู้บริหารระดับสูง สธ. ร่วมประชุมหารือว่า หลังจากจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อแผนปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขเมื่อวันที่ 2-3 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยนำแผนปฏิรูปฯ ของคปสธ.ชุดเก่าซึ่งมีอยู่ 4 ด้าน 10 ประเด็น มาปรับปรุงต่อยอดเป็นกิจกรรมการปฏิรูป 5 ด้าน
ได้แก่ 1.จัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่ มีเป้าหมายให้เกิดระบบการจัดการที่ครบวงจรและบูรณาการของประเทศ ตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้ทุกภัยในปี 2564 และมีข้อเสนอ 12 ข้อในการปรับปรุงพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 เนื่องจากช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมายังไม่ครอบคลุม ไม่สามารถบังคับคนเข้าสถานที่กักกันได้ ต้องใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้ามาช่วย จึงต้องปรับแก้ให้มีอำนาจจัดการสถานการณ์มากขึ้น เพื่อรองรับโรคระบาดอื่นๆ ในอนาคต
2.โรคไม่ติดต่อเรื้อรังและการส่งเสริมสุขภาพ เนื่องจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของโลกและไทย โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานและโรคอ้วนรายใหม่ 1.5 ล้านคน ความดันโลหิตสูง 2 ล้านคน เกิดค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก หากส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลง จึงเสนอปรับสัดส่วนงบ ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคจากเดิม 10% เพิ่มเป็น 50% และงบรักษาพยาบาลจาก 70% เหลือ 35% และแยกงบส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคออกจากงบรักษาพยาบาล นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้ประเทศไทยมีนโยบายในที่ทำงาน โดยให้ทุกองค์กรทั้งรัฐและเอกชนในส่วนของงานทรัพยากรบุคคล (HR) ดูแลส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคบุคลากรของตนเอง
3.ระบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุด้านการบริบาล การรักษาพยาบาลที่บ้านหรือชุมชน 4.ระบบหลักประกันสุขภาพ จะบูรณาการระบบบริหารจัดการ 3 กองทุนสุขภาพภาครัฐ ได้แก่ กองทุนสวัสดิการข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เป็นเอกภาพ มีกลไกการจ่ายเพื่อใช้ร่วมกันในการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและการดูแลระยะยาวที่บ้านหรือชุมชน
และ 5.ระบบบริหารจัดการเขตสุขภาพแบบบูรณาการให้มีความคล่องตัวร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลสุขภาพประชาชน ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ และทรัพยากรต่างๆ โดยจะนำร่องในเขตสุขภาพ 4 แห่งในปี 2564 ทั้งนี้ แผนปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขจะเสนอให้ที่ประชุมร่วมประธานกรรมการปฏิรูปประเทศทุกคณะพิจารณาในวันที่ 15 ต.ค.นี้ หากผ่านจะนำเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และนำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในพ.ย.นี้ หากเห็นชอบจะรายงานรัฐสภาและประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาภายในธ.ค.นี้