เสียงเกือกม้า ย่ำใน ความมืด(24) – ระยะยิงของธนูระยะสั้นเติ้งจั่นรู้ดีว่าไม่มีทาง 50 ก้าว หากดูจากทิศทางของลูกธนู 2 ดอกเมื่อครู่แสดงว่า มือธนูอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ นั่นหมายความว่า
คนผู้นั้นอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ไม่เกิน 50 ก้าว
เติ้งจั่นมีความคุ้นเคยกับถนนทุกสายและสัญลักษณ์บอกทางทุกชิ้นในละแวกใกล้เคียงสวี่ตู เขาหลับตาพยายามย้อนนึกถึงสภาพภูมิศาสตร์ของพื้นที่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นไม้ใหญ่ต้นนี้
สุดท้ายแน่ใจว่าจุดที่คนดักซุ่มมีความเป็นไปได้ 3 อย่าง
จึงออกแรงปลดสายผูก 2 ช้างของเกราะหนังป้องกันหน้าอก เรื่องเช่นนี้ในยามปกติง่ายดายมาก แต่ในยามนี้เนื่องจากไม่อาจทำให้ร่างโผล่พ้นลำต้นมากเกินไป
จึงได้แต่ทำแขนแข็งทื่อ ใช้นิ้วกระตุกสายให้คลายออกช้าๆ
ไม่ง่ายเลย กว่าจะถอดเกราะหนังออกมาได้แล้วหยิบภาพ 5 ม้วนที่ซ่อนอยู่ระหว่างเกราะหนังกับผ้าซับใดออกมาวางบนพื้น จากนั้น คลายสายรัดที่บั้นเอวออกวงแล้ววงเล่า
ปลายด้านหนึ่งผูกกับห่วงคล้องของเกราะหนัง ปลายอีกด้านถือไว้ในมือ
ปลดพลาง ภาวนาพลาง ผูกพลาง ภาวนาพลาง จึงค่อยมั่นใจถึงขั้นลุกขึ้นแล้วจับแถบผ้า เขวี้ยงเกราะหนังออกไปกลางอากาศ จากนั้น กระตุกเกราะหนังกลับ
ลูบหัวธนูพร้อมกับผุดรอยยิ้มขึ้นที่ริมฝีปาก
เพราะพอจะรู้ตำแหน่งของอีกฝ่าย สุดท้าย มือธนูก็อดรนทนไม่ไหว คงเพราะความมืดสร้างความกังวลให้กระมัง
มืออีกข้างคว้าภาพวาดขึ้นมาแล้วโยนไปกลางอากาศอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
กระดาษจั่วป๋ออันเบาหวิวคลี่ออกเหมือนค้างคาวหลายตัวกำลังสยายปีก เวลาเดียวกันนั้นเติ้งจั่นกระโจนออกจากที่หลบซ่อน ยกเกราะหนังบังด้านหน้าทำท่าเหมือนกำลังถือโล่
ธนูอีกหลายดอกพุ่งเข้ามา
ดอกแรก ยิงถูกภาพวาดแผ่นหนึ่ง ดอกที่สองซึ่งตามมาติดๆยิงถูกเกราะหนัง ถากบริเวณนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของเติ้งจั่น อานุภาพและความเร็วในการยิงของธนูระยะสั้นมีข้อจำกัดมาก
อุบายนี้ซื้อเวลาสั้นๆให้ได้ช่วงหนึ่ง เวลาเท่านี้สำหรับทหารคนหนึ่งนับว่าเพียงพอแล้ว
ในความเห็นของเติ้งจั่น คนที่อยู่อีกด้านของเติ้งจั่นเป็นคนจากสกุลซือหม่าอย่างแน่นอน ไม่มีทางอื่นไปได้ ทั้งยังเด่นชัดอย่างยิ่งด้วยว่าต้องเป็นซือหม่าอี้
ทั้งนี้ เพราะรู้ดีว่าซือหม่าอี้ผูกพันกับหยางผิงอย่างแนบแน่น
ขณะเดียวกัน เมื่อรู้ว่าคนผู้นี้ต้องการเสาะหาเบาะแสและรายละเอียดของหยางผิง ซือหม่าอี้ยิ่งอยากรู้ว่าสาเหตุเพราะอะไร ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบรอคอยการประลองฝีมือระหว่างกัน
หากที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ การทดสอบความอดทน
ในห้วงแห่งความครุ่นคิดของซือหม่าอี้ เติ้งจั่นชักมีดสั้นซึ่งปักอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คีบใบมีดกลับหัวแล้วขว้างไปยังจุดหนึ่งในความมืด
มีดสั้นเล่มนั้นเปล่งประกายเยียบเย็นขณะพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง
เวลาเดียวกันกับที่มีดสั้นขว้างออกไปก็ได้ยินเสียงสายธนูดังขึ้นจากข้างหลัง “แย่ล่ะ หลงกลแล้ว” ขณะความคิดพลุ่งโพลงออกมาที่หน้าอกก็เจ็บร้าวอย่างรุนแรง
เมื่อก้มหน้ามองก็เห็นลุกธนูคมกริบแทงเข้ามาจากแผ่นหลังทะลุหน้าอกขวา
ที่แท้อีกฝ่ายมากัน 2 คนที่ 2 ซ่อนตัวมิดชิดยิ่ง อดทนจนถึงห้วงสุดท้ายจึงลงมือ การจัดการก่อนหน้านี้ทั้งหมดล้วนมีเป้าหมายเพื่อสร้างความไขว้เขวทำให้ประเมินสถานการณ์ผิดพลาดเป็นฝ่ายเผยเป้า
“ข้ายังไม่ตาย ข้ายังมีเรื่องสำคัญต้องรายงานกัวจี้จิ่ว”
สายตาของเติ้งจั่นเริ่มพร่ามัว ขณะหูได้ยินเสียงเกือกม้าถี่กระชั้น เสียงนี้มาจากสวี่ตู “ต้องเป็น ทหารม้าหู่เป้าที่กัวจี่จิ่วส่งมารับข้าแน่”
ไม่รู้ไปเอาพละกำลังจากไหน เติ้งจั่นกาง 2 แขนออกวิ่งไปบนถนนใหญ่
ฉับพลันทันใดนั้นทางด้านของ 2 มือธนูที่ซุ่มซ่อนอยู่ก็ได้ยินเสียงเกือกม้าเช่นเดียวกับเติ้งจั่น จึงหลบซ่อนตัวอย่างเงียบกริบ
เสียงเกือกม้าใกล้เข้ามา ทหารม้ากลุ่มหนึ่งทยอยปรากฏตัวในความมืด