ซือหม่าอี้ แสดงบท ล่อเป้า(25) – ทหารม้าที่ทยอยปรากฏตัวในความมืด สวมเกราะศึกของทัพเฉา มือถือทวนเหล็ก ดูองอาจท่ามกลางสีนิลสนิทแห่งราตรีสมัย

ตอนเห็นเติ้งจั่นวิ่งออกไปบนถนน ปฏิกิริยาแรกคือชูทวนเหล็กขึ้นและแทงเข้าใส่ “ข้า ข้า คือทหารม้าหูเป้า เติ้งจั่น” เติ้งจั่นตะโกนร้องด้วยเสียงอันดังอย่างเดือดดาล เลือดไหลทะลักออกมาจากทรวงอกด้านขวา

ทวนเหล็กที่จะแทงเข้าใส่พลันหยุดชะงัก

“เติ้งจั่น รึ ฮ่า ฮ่า ฮ่า คิดไม่ถึงว่าลงใต้ครั้งนี้จะได้พบกับเจ้า” หัวหน้าทหารม้าคนหนึ่งถอดหมวกเหล็กออก เผยให้เห็นใบหน้าอันเหิมเกริมและอวดดี

ใบหน้านั้นมีสันจมูกสูงโด่ง ปลายจมูกแหลมเด่นสะดุดตา “เจ้ายังจำข้าได้หรือไม่”

“ฉุนอวี้ฉยงรึ” เติ้งจั่นแผดเสียงขานชื่อด้วยความแปลกใจ และยิ่งต้องตกใจเมื่อพบว่าที่อยู่ข้างหลังฉุนอวี้ฉยงเป็นตาแก่ผมเผ้ายุ่งเหยิงท่าทางอิดโรยคนหนึ่ง

สมควรอย่างยิ่งที่เติ้งจั่นจะต้องตระหนกระคนประหลาดใจ

เนื่องจากตาแก่คนนี้ถูกเขาจับกุมหน้าวังหลวงในเมืองสวี่ตูและส่งเข้าคุกเองกับมือทว่า นักโทษอันเฉาเชาให้ความสำคัญมากที่สุดกลับปรากฏตัวอยู่ข้างกายขุนพลใหญ่ของหยวนเซ่า(อ้วนเสี้ยว)

หรือว่าหยวนเซ่าส่งคนแฝงตัวเข้าไปในสวี่ตูและช่วยต่งเฉิง(ตังสิน)ออกมา

สติสัมปชัญญะซึ่งหลงเหลืออยู่ของเติ้งจั่นไม่เพียงพอที่จะขบคิดปัญหาอันสลับซับซ้อนเช่นนี้ รู้สึกเพียงว่าฟ้าดิน หมุนวน สิ่งต่างๆ รอบตัวถูกพลังบางอย่างค่อยๆดึงห่างออกไปทุกที

ร่างจึงทรุดฮวบลงกองอยู่กับพื้นอย่างมิอาจควบคุมได้

“ฮิ ฮิ เจ้ายังตายไม่ได้ พวกเราพี่น้องไม่พบหน้ากันตั้งหลายปีต้องไปสนทนาระลึกความหลังกันที่อูเฉาให้ดีเสียแล้ว”

นั่นย่อมเป็นคำพูดสุดท้ายที่เติ้งจั่นได้ยินก่อนหมดสติ

ใครมาเป็นเติ้งจั่นย่อมมีโอกาสเป็นเช่นนี้ได้ไม่ยาก ด้านหนึ่ง รับรู้ในพฤติกรรมเป็นกบฏของตังสินอย่างเด่นชัด กระทำการอันต้องการโค่นล้มทำลายเฉาเชา

ด้านหนึ่ง กบฏตังสินกลับกลายเป็นถูกคุมตัวไปอยู่กับหยวนเซ่า

ท่ามกลางการสิ้นสติของเติ้งจั่น ในอีกมุมหนึ่ง ซือหม่าหลางประคองร่างคนคนหนึ่งอย่างเหน็ดเหนื่อย ก้าวไปบนพื้นหิมะด้วยความทุลักทุเล

คนที่ซือหม่าหลางประคองมีสติดี เพียงแต่สีหน้าไม่สู้ดีนัก

ที่ขาของเขามีมีดสั้นด้ามหนึ่งปักฉึกลงลึก ที่โผล่พ้นเนื้อออกมาปรากฏเพียงด้ามมีด แผลแบบนี้มิอาจดึงมีดออกมาอย่างส่งเดช ทำได้เพียงพันลวกๆ ด้วยแถบผ้า ตอนนี้แถบผ้าชุ่มเลือดไปกว่าครึ่ง

“จ้งต๋า เจ้าทนไหวหรือไม่” เป็นคำถามด้วยความห่วงหาอาทรจากซือหม่าหลาง

ซือหม่าอี้กัดฟันแน่น ฝืนทนรับความเจ็บซึ่งแผ่มาจากต้นขา “วางใจ ไม่ตายหรอก” สีหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยเพราะความเจ็บปวด ในดวงตาสะท้อนความเหี้ยมเกรียมอยู่หลายส่วน

เหมือน“หมาป่า”โดดเดี่ยวที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในทุ่งหิมะ

ในศึกโจมตีเมื่อครู่ซือหม่าอี้ยอมเปิดเผยตำแหน่งของตัวเองเพื่อดึงดูดความสนใจ ของอีกฝ่าย กระทั่งประสบความสำเร็จในการทำให้ซือหม่าหลางยิงธนูออกไปได้อย่างแม่นยำ

นี่เท่ากับเป็นการแสดงตัวเพื่อให้อีกฝ่ายเปิดเผยตำแหน่งของตนมาด้วย

การตอบโต้ที่เกิดขึ้น ด้านหนึ่ง ไม่ว่าซือหม่า ไม่ว่าเติ้งจั่น ต่างได้รับทั้งผลดีและผลเสีย ด้านหนึ่ง ซือหม่าหลางก็มองบาดแผลแห่งความเสียสละของซือหม่าอี้อย่างร้อนใจ

“คนผู้นั้นสมเป็นทหารม้าหู่เป้าชั้นยอดจริงๆ ก่อนตายยังจะแว้งกัดได้”

“เขาจะตายหรือไม่ ยังไม่รู้เลย” นั่นเป็นความรู้สึกของซื่อหม่าที่สรุปและประเมินออกมาพร้อมกับส่ายหน้า สูดอากาศเย็นพลางขยับขาอีกช้าง

จึงแจ่มชัดว่าบุรุษในความมืดที่ออกมาล่อเป้าเป็นซือหม่าอี้

จึงแจ่มชัดว่าบุรุษในความมืดที่มากับซือหม่าอี้คือซือหม่าหลาง เป็นการมาเพราะสงสัยในพฤติกรรมของเติ้งจั่น เพราะห่วงใยในชะตากรรมของหยางผิง

นี่ย่อมเป็นการเคลื่อนไหวที่ปรากฏใน “ความลับแห่งสามก๊ก” สำนวนแปล“เม่นน้อย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน