รายงานพิเศษ
ในที่สุดเก้าอี้ ‘ขุนคลัง’ หลัง ปรีดี ดาวฉาย ลาออกจากตำแหน่ง ก็ได้บทสรุป ที่ ‘อาคม เติมพิทยาไพสิฐ’ มารับหอก-ดาบ ทัพหน้าสู้ศึกเศรษฐกิจในสมรภูมิโควิด-19
นายอาคม ต้องถือว่าเป็นขุนศึกคู่ใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะเปิดไพ่ออกมาหลายใบ จะเป็นชื่อใครต่อใครก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดคาดนัก ที่สุดท้ายปรากฏว่าเป็นนายอาคม
ที่ผ่านมานายอาคมฝากฝีไม้ลายมือในยุครัฐบาลประยุทธ์ไว้พอสมควร ทั้งตำแหน่งเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ข้ามไปนั่ง รมช. และรมว.คมนาคม ตามลำดับ
แต่การกลับมาในสมรภูมิการเมืองเต็มใบรอบนี้ เต็มไปด้วยความท้าทาย ที่จะวัดฝีมือนายอาคมอีกครั้ง
พลันที่ชื่อนายอาคมขึ้นแท่นรมว.คลัง ตำแหน่งที่เดิมพันด้วยเศรษฐกิจ และปากท้องของคนในประเทศ ย่อมตามมาด้วยความคาดหวังของทุกภาคส่วน

สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
กลินท์ สารสิน
นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ และการเมือง กล่าวว่า นายอาคมมีความเหมาะสม เพราะมีประสบการณ์ทางการเมือง และมีความรู้เรื่องเศรษฐกิจในภาพใหญ่และการต้องกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ปกติ
อย่างไรก็ตาม จะมีแรงกดดันการบริหารเศรษฐกิจอย่างมาก ที่ต้องทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากผลกระทบโควิด-19 ให้รวดเร็ว ดังนั้นต้องผลักดันมาตรการต่างๆ ออกมาให้เห็นผลในทางปฏิบัติว่าบรรเทาความเดือดร้อนในทุกๆ ภาคส่วนได้จริง และทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว
“นอกจากนี้นายอาคมมีแรงกดดันมากในการบริหารเศรษฐกิจให้มีความสามารถในการแข่งขัน เพราะในรอบ 10-20 ปีที่ผ่านมา ไม่มีใครบริหารเศรษฐกิจไทยให้มีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้นได้เลย ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวลดลงต่อเนื่อง”
นายสมชายกล่าวอีกว่า การบริหารเศรษฐกิจของประเทศตอนนี้ มีข้อจำกัดเพราะไทยเงินไม่มาก ทั้งเงินจากงบประมาณและจาก พ.ร.ก.กู้เงิน เมื่อใช้เต็มจำนวน ทำให้สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยปีหน้าอยู่ที่ระดับ 59% ต่อจีดีพี ซึ่งเสี่ยงหลุดกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60% เพราะรัฐบาลยังต้องกู้เงินเพิ่มฟื้นฟูเศรษฐกิจ
อีกทั้งภาวะหนี้ครัวเรือนของประเทศไทยก็อยู่ระดับสูง 84% ของจีดีพี เพิ่มมากสุดในรอบ 18 ปี ซึ่งล้วนเป็นข้อจำกัดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นายอาคมมีความเหมาะสม และหอการค้าฯ ต้องการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจไทย ภายใต้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19
เช่น การขยายการโครงการประกันสังคม 62% เพื่อเยียวยาให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ภายใต้มาตรา 33 ออกไปถึงสิ้นปี 2563 ซึ่งจะช่วยพยุงให้ผู้ประกอบการที่ได้ รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
นอกจากนี้ต้องการให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียน โดยให้สามารถนำสัญญาซื้อ-ขาย กับบริษัท รายใหญ่ที่ชัดเจน เพื่อเข้าถึงสินเชื่อแพ็กกิ้งเครดิตแบบมีสินค้าเป็นประกัน
การช่วยเหลือในการปล่อยเงินกู้ 24,000 ล้านบาทให้กลุ่มสายการบินเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการประกอบธุรกิจ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ และสุดท้ายการเดินหน้าลงทุนโครงการของภาครัฐที่สำคัญ

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา
กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า นายอาคมมีความเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว เพราะเคยเป็นรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม และอยู่ในแวดวงการเงินมากก่อน น่าจะทนแรงกดดันได้ดี
ต้องรอดูนโยบายที่จะออกมาในการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อให้ธุรกิจต่างๆ กลับมาเดินหน้าได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ล้มไปแล้วหรือที่กำลังง่อนแง่น เป็นสิ่งที่เอกชนคาดหวังว่าจะอย่างไรเพื่อให้ธุรกิจกลับมาหล่อเลี้ยงตนเองได้
เอกชนมองว่าช่วงนี้เป็นโอกาสที่เศรษฐกิจในประเทศจะฟื้นตัว แม้ว่าจะยังไม่มีวัคซีนออกมาแต่ก็มีสัญญาณที่ดีออกมาว่า ทั้งโลกผ่านจุดต่ำสุดมากแล้วในเรื่องของโควิด-19 และแต่ละประเทศมีวิธีการควบคุมที่ดี แม้ว่าบางประเทศจะมีการแพร่ระบาดกลับมาแต่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมได้
ขณะที่ น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒน์พงศ์ ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า ในภาพรวมหวังว่า รมว.คลังคนใหม่จะให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณต่างๆ ที่ใช้ในการบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะการจัดสรรงบเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะในส่วนของเงินกู้ที่นำมาใช้ในจุดประสงค์ดังกล่าวกว่า 5 แสนล้านบาทแต่ขณะนี้ใช้ไปจริงเพียง 1 แสนล้านบาทเท่านั้น
นอกจากนั้นยังมองว่าโครงการต่างๆ ที่รัฐบาลดำเนินการมาเช่น ‘ชิมช้อปใช้’ ยังไปไม่ทั่วถึง มีเพียงประชาชนบางกลุ่มได้รับผลประโยชน์
รวมทั้งต้องการให้รมว.คลัง หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกให้มีความสามารถด้านการแข่งขัน เพราะค่าเงินบาทของไทยแข็งค่ามากที่สุดในกลุ่มประเทศที่เป็นผู้แข่งขัน
สรท.ต้องการให้ค่าเงินบาทอยู่ที่ 34 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งข้อเรียกร้องดังกล่าวผู้ส่งออกพยายามเรียกร้องมานาน แต่ธปท.ยืนยันว่าค่าเงินของไทยอ่อนลงแล้ว แต่ในความเป็นจริงแม้จะอ่อนค่าลงแต่ก็ยังแข็งกว่าประเทศคู่แข่ง
ทั้งนี้อยากให้แก้ไขกฎระเบียบของกรมสรรพากร ให้สนับสนุนรูปแบบการชำระค่าใช้จ่ายเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐแทนเงินบาท เพื่อลดความสูญเสียจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
เรื่องนี้กรมสรรพากรยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนวันใดเป็นเกณฑ์ และเลื่อนการหารือร่วมกับสรท. มาหลายครั้ง ทั้งๆ ที่ธปท.อนุญาตให้ดำเนินการได้แล้ว ดังนั้น ทางสรท.จึงอยากให้นายอาคมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้าน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ส่วนตัวเห็นด้วยที่นายอาคมเข้ารับแต่งตั้งเป็นรมว.คลัง เพราะมีความเหมาะสมทั้งด้านประสบการณ์การทำงานที่เคยเป็นเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ซึ่งดูภาพรวมเศรษฐกิจมาก่อน
ทั้งยังเคยเป็นรมช.คมนาคม ที่สามารถเห็นภาพการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐทั้งประเทศ ที่สำคัญนายอาคมเคยทำงานร่วมกับรัฐบาล โดยเฉพาะประสานงานกับพลเอกประยุทธ์ มาโดยตลอด
“การได้รับตำแหน่งรมว.คลังของ นายอาคมครั้งนี้ ทำให้เอกชนมีความหวังว่าจะเห็นภาพการบูรณาการการทำงานร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ ซึ่งภาคเอกชนพร้อมให้ความร่วมมือ เพื่อช่วยกันผลักดันมาตรการต่างๆ ทั้งภาคการเงิน การคลัง มาตรการภาษี เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ
สุพันธุ์ มงคลสุธี
นายสิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด ผู้ให้บริการโรงรับจำนำ ‘อีซี่มันนี่’ กล่าวเชื่อมั่นว่านายอาคมจะเข้ามาช่วยให้ระบบเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันอยากให้มีการสนับสนุนในหลายๆ อุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พบว่าเมื่อใดก็ตามที่ภาครัฐประกาศวันหยุดต่อเนื่อง 4 วัน จะพบว่ามีผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อย หรือเอสเอ็มอี มาใช้บริการอีซี่มันนี่เพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ดีอยากเรียกร้องให้รัฐบาลมีการแก้ พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ.2505 ในส่วนของสิ่งของเป็นประกันหนี้เงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท เป็น 2-3 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และเป็นทางเลือกให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการนำเงินไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน หรือลงทุนต่างๆ
ในภาพรวมแล้วต้องถือว่าภาคเอกชนเชื่อมั่นกับการรับตำแหน่งขุนคลังของนายอาคมอย่างมาก
ส่วนจะทำได้ดีแค่ไหนและทนแรงเสียดทานได้นานเท่าใด เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์