แคลงคลาง กังขา ซือหม่าอี้(26) – แม้ซือหม่าหลางจะยิงถูกเติ้งจั่น แต่ก่อนที่พวกเขาจะเดินเข้าไปเพื่อตรวจสอบว่าอีกฝ่ายตายหรือไม่ จู่ๆ ก็มีกองทหารม้าแปลกประหลาดกองหนึ่งโผล่ออกมา

พี่น้องสกุลหม่ากำลังน้อยกว่าจึงได้แต่ถอยหลบไปอยู่ไกลๆ

แต่ที่พวกเขาคิดไม่ถึง คือ หัวหน้าทหารม้ากองนั้นจะพาเติ้งจั่นไปด้วย “ไม่มีปัญหาแน่นอน ลูกธนูแทงทะลุหน้าอก มันต้องตายแล้วแน่” เป็นความมั่นอก มั่นใจของซือหม่าหลาง

“แล้วท่านว่าคนที่พามันไปเป็นใคร ทหารเฉาหรือ”

“ไม่เหมือน เพราะถ้าเป็นกองทหารลาดตระเวนของทัพเฉาน่าจะรีบลงจากหลังม้าทันทีและค้นหาตัวคนร้ายรอบๆ แต่พวกเขากลับทำตัวลับๆ ล่อๆ

ไม่คิดจะหยุดเลยด้วยซ้ำ

8 ส่วนน่าจะเหมือนพวกเรา ไม่มีเจตนาดี แต่พวกเราก็ต้องรีบไปจากที่นี่ เพราะไม่แน่ว่าอีกประเดี๋ยวทหารกองใหญ่ของทัพเฉาอาจจะไล่ตามมา”

ซือหม่าอี้แม้จะบาดเจ็บ แต่หัวสมองกลับแจ่มชัดมาก

ได้ยินดังนั้นซือหม่าหลางเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ยิ้มซื่อก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นวิตกกังวล “เป็นเช่นที่บิดา พูดจริงๆ สถานการณ์ในสวี่ตูยากจะคาดเดา ทุกหนแห่งล้วนมีอุบาย

เฮ้อ เห็นทีครั้งนี้หยางผิงจะก่อเรื่องไม่น้อยทีเดียว”

ได้ยินชื่อนี้แล้วซือหม่าอี้แค่นเสียงหยามหยันออกมาทางจมูก “ฮึ เจ้าคนโง่ที่หลงคิดว่าตัวเองมีใจเมตตา ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมายังต้องให้พวกเราตามล้างตามเช็ดให้”

พูดจบเท้าก็สะดุดจนเกือบจะล้มหัวคะมำ

ซือหม่าหลางรีบคว้าแขนน้องชายเอาไว้ จากนั้นออกแรงดึงขึ้นมาเพื่อให้พ้นไป จากพื้น ขณะที่ปากก็บ่นออกมา “คนที่ลากข้าให้ออกมาไล่ตามภาพวาดกลางดึกเป็น เจ้าชัดๆ”

“ข้ากลัวว่าเขาจะทำให้สกุลซือหม่าของพวกเราต้องเดือดร้อนไปด้วยต่างหาก”

ซือหม่าอี้โต้แย้งด้วยเสียงอันดัง พอขาดความระมัดระวังก็ลื่นซ้ำอีกคำรบหนึ่ง ครานี้เจ็บจนต้องสูดปากยาวๆ

ทุกอย่างเริ่มต้นจากเมื่อ 1 วันก่อน

เป็น 1 วันก่อนหน้าเติ้งจั่นจะมาเยือนบ้านสกุลหม่าในอำเภอเวินเซี่ยน แจ้งข่าวว่าพ่อลูกสกุลหยางถูกโจรปล้นชิงกลางทาง หยางจวิ้นแขนขาด หยางผิงเสียชีวิต

ต้องการภาพเหมือนของหยางผิงเพื่อจำแนกแยกแยะศพ

ครั้นได้ยินข่าวนี้จากเติ้งจั่น ทหารหู่เป้าจากสวี่ตู คนสกุลซือหม่าตกใจเป็นอย่างมากต่างพากันร้องไห้อาลัยการจากไปของหยางผิงด้วยความเศร้าโศก

มีเพียงซือหม่าอี้เท่านั้นที่สำเหนียกในความผิดปกติ

เขาออกไปสำรวจตรวจสอบรอบหนึ่งพบว่า ก่อนที่เติ้งจั่นจะมายังอำเภอเวินเซี่ยนเขาได้แอบไปติดต่อกับคนระดับล่างหลายคนในจวนสกุลซือหม่าและในอำเภอเวินเซี่ยนมาแล้ว

ทั้งยังวาด “ภาพเหมือน” ออกมาหลายแผ่น

เมื่อเกิดความสงสัย ซือหม่าอี้จึงรุดไปหาซือหม่าหลางที่ยังคร่ำครวญหวนไห้กับข่าวการตายของหยางผิงและแจ้งข้อแคลงคลางกังขากับเหตุการณ์ที่ได้รับทราบมาของตน

นี่คือรูปธรรมอันเป็นความสำเหนียกและการหยั่งรู้ของซือหม่าอี้เอง

เหตุปัจจัยอะไรทำให้ซือหม่าอี้บังเกิดความแคลงคลางกังขา เขาสงสัยว่าหากเป็นการปล้นฆ่าอย่างปกติธรรมดาทั่วไปก็ไม่น่าจะปรากฏเงาร่างของเติ้งจั่น

เนื่องจากเติ้งจั่นเป็นทหารม้าหู่เป้าอันเป็นหน่วยสำคัญของสวี่ตู

การส่งทหารม้าหู่เป้ามาแจ้งข่าวที่อำเภอเวินเซี่ยนก็แปลกอยู่แล้ว ที่น่ากังขามากกว่าการลักลอบตรวจสอบอย่างลับๆ ก่อนมาเยือนสกุลซือหม่า คือพฤติการณ์ลับๆ ล่อๆ

ยังไม่ต้องพูดถึงว่าคนผู้นี้ไม่มีแม้กระทั่งจดหมายสักฉบับจากหยางจวิ้น

เรื่องราวที่ผิดไปจากธรรมดาอย่างปกติย่อมมีลับลมคมใน แม้ซือหม่าอี้จะไม่รู้ว่าที่สวี่ตูเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เขาสรุปได้ว่าหยางผิงต้องยังไม่ตายแน่นอน

เพียงแต่จำเป็นต้องเปลี่ยน “สถานะ” เพราะความลำบากใจบางประการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน