หมอชี้ปวดหัวเป็นสัญญาณเตือนโรค – พญ.พิมลพรรณ วิเสสสาระกูล แพทย์ชำนาญพิเศษอายุรศาสตร์ เฉพาะทางอายุรแพทย์ประสาทวิทยา กล่าวว่า โรคปวดศีรษะเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนและพบมากที่สุด โดยเกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณรอบศีรษะ ตำแหน่งที่ปวดศีรษะที่พบบ่อยคือ ตำแหน่งบริเวณหน้าผากและขมับทั้งสองข้าง บางครั้งร้าวมาที่ด้านหลังของศีรษะและต้นคอ รวมถึงบ่าไหล่ร่วมด้วย อันนี้เป็นภาวะที่สัมพันธ์กับท่าทางการทำงานหรือความเครียดด้วยการปวดหัวเรื้อรังคือลักษณะการปวดหัวที่มีอาการต่อเนื่องมากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งอาจเป็นการปวดหัวธรรมดาที่เกิดจากความเครียด ไมเกรนหรือมีความผิดปกติด้านอื่นๆ ในร่างกาย ทำให้มีอาการปวดต่อเนื่องจนกลายเป็นอาการปวดหัวแบบเรื้อรัง แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นอาการปวดหัวที่นำไปสู่โรคร้ายอื่นๆ ได้เช่นกัน

พญ.พิมลพรรณกล่าวต่อว่า ไมเกรน จัดเป็นโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากการหดและขยายตัวของเส้นเลือด จะมีอาการปวดบริเวณขมับด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ อาจจะปวดสลับกันได้ระหว่างข้างซ้ายหรือข้างขวาในแต่ละรอบและเวลาปวดบางครั้งอาจจะมีปวดร้าวเข้ามาที่กระบอกตาร่วมด้วย คนไข้ก็จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ และขณะที่มีอาการปวดถ้าอยู่ในที่แสงสว่างจ้ามากเกินไปเสียงดังหรือว่ากลิ่นฉุนมากเกินไปอาการจะแย่ลง

พญ.พิมลพรรณกล่าวอีกว่า อาการปวดหัวที่เกิดจากการปวดหัวไมเกรน ปวดหัวจากความเครียด การใช้ความคิด เกิดความตึงของกล้ามเนื้อ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย อาการเหล่านี้เป็นอาการปวดหัวที่ไม่ได้เป็นอันตราย แต่ถ้ามีอาการปวดหัวแบบรุนแรงมากหรือรุนแรงที่สุดในชีวิตที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยมักมีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น แขนขาอ่อนแรง ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน การได้ยินลดลง หรือชักเกร็ง กระตุก เดินเซหรือคอแข็ง หรือมีอาการปวดหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน นั่นอาจเป็นอาการของโรคอื่นที่แอบแฝง เช่น เนื้องอกในสมอง มะเร็งสมอง เส้นเลือดสมองโป่งพอง หรือความดันโลหิตสูง เป็นต้น

พญ.พิมลพรรณกล่าวด้วยว่า สำหรับอาการปวดหัวรุนแรงขึ้นแบบทันทีทันใด ปวดหัวพร้อมกับมีไข้และคอแข็งร่วมด้วย ปวดหัวร่วมกับอาการทางระบบประสาทผิดปกติ เช่น แขนขาอ่อนแรง เดินเซ ปากเบี้ยว เป็นต้น อาการปวดหัวในผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ เอชไอวี ปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่ตอบสนองต่อการรักษา อาการปวดหัวแบบนี้ควรรีบพบแพทย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน