พงศาวดาร ตำนาน สามก๊ก(30) – มีความจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับบทบาทของซือหม่าอี้ที่ Ma Bo Yong นำมาร้อยเรียงในยุทธนิยายเรื่อง “ความลับแห่งสามก๊ก” อย่างเป็นพิเศษ
แม้จะค่อนข้างพิสดารไปบ้างหากมองจากมุม “สามก๊กวิทยา”
นั่นก็เห็นได้จากการคิดประดิษฐ์สร้างตัวละครนาม “หยางผิง”ขึ้นมาให้เป็นคู่แฝดกับ “หลิวเสีย” และเข้าไปสอดสวมรับบทโอรสสวรรค์ในฐานะ “ฮั่นเชี่ยนตี้” ได้อย่างเหมาะเจาะ
พลันที่โอรสสวรรค์หรือหลิวเสียสวรรคตกะทันหัน
หากเทียบกับที่ปรากฏผ่านยุทธนิยายเรื่อง “หงสาจอมราชันย์” อันมีพื้นฐานมาจากการ์ตูนของเฉินเหมา และที่แตกหน่อ ออกใบมาเป็นยุทธนิยายโดยหวังอี๋ซิง
ถือว่า “ความลับแห่งสามก๊ก” มิได้หลุดโลกไปถึงระดับ “หงสาจอมราชันย์”
เพราะอย่างน้อยก็ยังยึดถือว่า “กาละ” ของแต่ละสถานการณ์ในแต่ละ “เทศะ” มาเป็นเครื่องชี้นำทิศทางและวิถีดำเนินไปของแต่ละตัวละครมากกว่า
“หงสาจอมราชันย์” ไปไกลระดับใดขอให้อ่านจาก “หวังอี๋ซิง”
ต้องขอบคุณ “หงสาจอมราชันย์” ของ “เฉินเหมา” ที่ทำให้ผมมาเริ่มต้นอ่าน “สามก๊ก” อีกครั้ง เด็กผู้ชายอย่างพวกผมมีใครบ้างที่จะไม่คุยว่าตนเองนั้นอ่านสามก๊กรู้เรื่อง
และเมื่อผมอ่านอย่างละเอียดพิเคราะห์ถึงได้ประจักษ์ว่า
สิ่งที่เคยถูกใช้อวดโอ่ว่าเป็นข้อมูลความรู้ของสามก๊ก มีจำนวนมากที่แท้แล้วล้วนมาจากตำนานเล่าขานพื้นบ้าน ข้อมูลในสื่ออินเตอร์เน็ตและเกมออนไลน์
รวมไปถึงนิยายที่แต่งเติมเพิ่มขึ้นไม่ใช่ความจริงเสมอไป
ถึงกระนั้นก็ตาม เมื่อมีใครบางคนวิจารณ์และตั้งข้อสงสัยใน “ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์” ที่คนส่วนใหญ่รับรู้ เชื่อถือและยอมรับก็จะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งออกมาต่อว่าด่าทอคนคนนั้น
หาว่าบิดเบือนประวัติศาสตร์ เหลวไหลไร้สาระ
ตกลงว่าอะไรคือความจริงกันแน่ ในเมื่อนับพันนับร้อยปีมาแล้วประวัติศาสตร์ที่เราเคยเชื่อกันหลายๆ เรื่องถูกปรับแก้ใหม่ แล้วอะไรที่จะทำให้เราเชื่อได้ว่าสิ่งที่เรียกว่าพงศาวดารหรือตำนานต้นฉบับ
จะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวของการอธิบายความจริง
หรือว่าเราจะยอมถอย 100 ก้าวแล้วถามใจตัวเองว่า สิ่งที่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่ยึดมั่นตามต้นฉบับ เวลาอ่านแล้วมันจะสนุกหรือไม่ ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือ วิธีการคัดลอกเรื่อง ดอน ฆิโฮเต้ ชนิดที่ไม่ต่างจากต้นฉบับเดิมแม้แต่ตัวอักษรเดียวซึ่งวิธีที่จะเคารพสามก๊กดั้งเดิมก็ควรจะเป็นการคัดลอก “พงศาวดารสามก๊ก”หรือ “ตำนานสามก๊ก” อีกครั้ง แต่การทำแบบนั้นมันมีความหมายหรือ
จำเป็นต้องให้คุณมานั่งคัดลอกใหม่ด้วยหรือ
เมื่อคุณลงมือเขียนมันนั้นสมควรจะต้องมีสัดส่วนความจริงตามประวัติศาสตร์กี่ส่วน สัดส่วนระหว่างความประทับใจของผลงานกับความเป็นจริงของเรื่องราว
ควรจะชั่งน้ำหนักจัดวางกันแค่ไหน
ในเมื่อ “หงสาจอมราชันย์”ของเฉินเหมานั้น “นอกลู่นอกทาง” แบบไม่เคยมีมาก่อนอยู่แล้ว แล้วผมยังจะทำอะไรได้อีก มันจะยิ่งทำให้ผมต้องไกลห่างจากแก่นแกนความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์หรือไม่
และยังเหลือที่ว่างให้ผมขยับขยายได้ตรงไหน
จากนี้จึงเห็นได้ว่า หากมองในกลวิธีทางการประพันธ์ ไม่ว่าการเสกสรรปั้นแต่งใน “หงสา จอมราชันย์” ทั้งของเฉินเหมาและหวังอี๋ซิง ไม่ว่าการเสกสรรปั้นแต่งใน “ความลับแห่งสามก๊ก”ของ Ma Bo Yong
ล้วนสะท้อนกระบวนการทางความคิด และการปฏิบัติของแต่ละตัวละครออกมา
ไม่ว่าจะสะท้อนให้เห็นบทบาทการแทรกซึมเข้าไปแทบจะในทุกจุดแห่งอณูของการเคลื่อนไหวในทางประวัติศาสตร์โดยตัวละครจากตระกูลซือหม่า
อันมี “ซือหม่าอี้” เข้าไปมีบทบาทด้วยในระดับแน่นอนหนึ่ง
ไม่ว่าจะสะท้อนโดยผ่านความสัมพันธ์และความผูกพันระหว่างหยางผิงกับ ซือหม่าอี้เมื่อใช้ชีวิตร่วมกันอย่างยาวนานถึง 10 กว่าปีในอำเภอเวินเซี่ยน
ขอให้อ่าน ขอให้ศึกษาจากบางฉากตอนใน “ความลับแห่งสามก๊ก” ก็จะ สัมผัสได้