เทรนด์ใหม่‘มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น’ – ผศ.พญ.ดรุณีวัลย์ วโรดมวิจิตร จากสาขาวิชาโภชนวิทยาและชีวเคมีทางการแพทย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า วันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันที่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กำหนดให้เป็นวันอาหารโลก (World Food Day) เพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาความอดอยากและทุพโภชนาการ ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารอันดับต้นๆ ของเอเชีย และโลก ปัจจุบันการกินอาหารมังสวิรัติ หรือ อาหารจากพืชเป็นหลัก (plant-based diet) กำลังกลายเป็นไลฟ์สไตล์ ในปัจจุบันคนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากจะมีผลดีกับสุขภาพ และช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ เช่นโรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน โรคมะเร็ง ฯลฯ

ผศ.พญ.ดรุณีวัลย์ การกินอาหารมังสวิรัติอาจทำได้ยากสำหรับหลายคน ปัจจุบันการกินอาหาร ‘มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น’ หรือ Flexitarian (มาจากคำว่า Flexible + Vegetarian) กลายเป็น กระแสการบริโภคนิยมแนวใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจ หลักในการบริโภคมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น โดยไม่ทำให้เกิดภาวะ ทุพโภชนาการ หรือการกินอาหารไม่สมดุลจนเกิดความผิดปกติทางโภชนาการว่า ในระยะแรกควรเริ่มจำกัดการบริโภคเนื้อสัตว์เพียงบางมื้อ โดยใน 1 วันอาจมี 1 มื้อที่กินอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ จากนั้นอาจเพิ่มเป็น 1 วัน หรือ 2 วันต่อสัปดาห์ที่ไม่มีเนื้อสัตว์ แล้วค่อยขยับขึ้นเรื่อยๆ สำหรับในมื้อที่มีเนื้อสัตว์ ควรเลือกกินนม ไข่ ปลา หรือไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำหลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อแดง หรือเนื้อสัตว์แปรรูปซึ่งได้แก่ แฮม ไส้กรอก เบคอน ฯลฯ รวมทั้งเน้นอาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก

“ข้อควรระวังในการกินอาหารมังสวิรัติอย่างเคร่งครัด หรืออาหารเจ อาจจะทำให้ได้รับวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอ ซึ่ง วิตามินบี 12 พบในเนื้อสัตว์ ไข่ นม เป็นหลัก ถ้าไม่กินอาหารกลุ่มนี้เลยเป็นเวลานาน ก็จะทำให้มีความเสี่ยงในการขาด วิตามินบี 12 ที่มีความสำคัญต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง และระบบประสาท รวมทั้งแร่ธาตุบางชนิด เช่น แคลเซียมและเหล็กซึ่งได้จากพืชจะดูดซึมได้น้อยกว่าที่ได้จากสัตว์ ดังนั้น การกินมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น ซึ่งมีการกินเนื้อสัตว์บ้างแต่ในปริมาณน้อยนั้น จึงควรเลือกกินอาหารให้เหมาะสม หลากหลาย และครบทั้ง 5 หมู่” ผศ.พญ.ดรุณีวัลย์กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน