ราชสำนัก เอ่ยถึง ซือหม่าอี้(31) – ถังจีกระซิบบางอย่างข้างหูฝูโซ่ว สีหน้าฝูโซ่วเปลี่ยนไป หลิวเสียกับหยางจวิ้นเข้าใจสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ฝูโซ่วส่งสายตา เหลิงโซ่วกวงเดินไปหน้าประตูห้องนอนป้องกันไม่ให้ผู้ใดแอบฟัง

จากนั้น ฝูโซ่วถามหยางจวิ้น

“ใต้เท้าหยาง อำเภอเวินเซี่ยนเป็นบ้านเกิดสหายรักของท่าน ซือหม่าฝาง ตามความเห็นของท่านเขาเป็นคนอย่างไรหรือ”

นัยแฝงของฝูโซ่วคือ ซือหม่าฝางมีแนวโน้มจะเอนเอียงไปทางเฉาเชาหรือไม่

หยางจวิ้นปฏิเสธทันที “ซือหม่าฝางเป็นคนเถรตรง ยุติธรรม จงรักภักดีต่อราชวงศ์ฮั่นในอดีตที่ข้าพาผิงเอ๋อร์ เอ่อ ฝ่าบาทไปฝากเลี้ยงที่บ้านเขาก็เพราะความสุขุมมั่นคงของ ซือหม่าฝาง”

“ข้าได้ยินมาว่า ในอดีตสมัยที่ใต้เท้าซือหม่าดำรงตำแหน่งราชเลขาธิการอัครเสนาบดีฝ่ายขวา

ในลั่วหยาง เคยเสนอชื่อเฉาเชาเป็นผู้บัญชาการลั่วหยาง นับว่ามีบุญคุณต่ออีกฝ่าย ถ้าเลือกระหว่างราชวงศ์ฮั่นกับคนแซ่เฉาสกุลซือหม่าจะเลือกอย่างไร”

คำพูดของฝูโซ่วจับผิดและไม่พอใจ

นางติดตามข้างกายจักรพรรดิมาหลายปี เต็มไปด้วยความหวาดระแวงสกุลใหญ่ ในท้องถิ่นต่างๆ พวกเขาส่วนใหญ่ขาดความจงรักภักดีต่อราชสำนักดีแต่หดหัว อยู่ในป้อมปราการคิดคำนวณผลประโยชน์ของตัวเอง

พร้อมจะเอนเอียงไปหาอำนาจได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าฝ่ายนั้นจะเป็นใคร

เห็นท่าทีของฝูโซ่วเช่นนั้นหยางจวิ้นก็พูดไม่ออกชั่วขณะ (ทั้งนี้เพราะ) ซือหม่าฝางกับเขาเป็นเพื่อนรักกัน อีกฝ่ายยังรักและห่วงใยหยางผิงมาก

แต่สหายเก่าผู้นี้ไม่เคยแสดงจุดยืนทางการเมืองของตัวเอง

สกุลซือหม่าเร้นตัวอยู่ในอำเภอเวินเซี่ยน ไม่คบหากับโลกภายนอกมากนัก แสดงชัดว่า ไม่ต้องการดูสถานการณ์ให้แน่ชัดก่อนแล้วจึงค่อยเคลื่อนไหวในเวลาอันเหมาะสม

ไม่ต้องพูดถึงว่า หากกัวจยาสงสัยการตายของหยางผิงและไปตรวจสอบที่อำเภอเวินเซี่ยน

นั่นย่อมหมายความว่าตัวหยางจวิ้นเองก็ถูกสงสัยด้วย (หากแม้กระทั่ง) ตัวเองยัง ไม่แน่ใจว่าจะปลอดภัยแล้วจะไปรับรองผู้อื่นได้อย่างไร

นี่ย่อมเป็นภาวะกระอักกระอ่วนภายในของหยางจวิ้น

สภาพการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะต้องคำนึงถึงด้านของเฉาเชา ซึ่งมี สวินอี้และกัวจยาเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ หากความคิดของหลิวเสียและฝูโซ่วก็ไม่ควรมองข้าม

เวลานี้หลิวเสียพูดขึ้นกะทันหัน “เราคิดว่าไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องสกุลซือหม่าเลย”

“นั่นเป็นเพราะพวกเขาไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของฝ่าบาท” ฝูโซ่วแย้งอย่างไม่เกรงใจ “คนที่สกุลซือหม่ารักและปกป้องคือหยางผิง ไม่ใช่หลิวเสีย

ถ้าพวกเขารู้ว่าเจ้าคือโอรสสวรรค์องค์ปัจจุบันยังจะยินดีต่อต้านคนแซ่เฉาเพื่อ เจ้าหรือ”

หลิวเสียเงยหน้าทันใด แววตาร้อนแรง “ใช่ เรากับคุณชายทั้งหลายของสกุลซือหม่า ใกล้ชิดเหมือนพี่น้องแท้ๆ พวกเขายินดีเป็นศัตรูกับใต้หล้าเพื่อเรา”

ฝูโซ่วไม่รู้ว่าหลิวเสียเอาความมั่นใจมาจากไหน นางไม่อยากโต้เถียงจึงยอมถอยก้าวหนึ่ง

“ตอนนี้สมมติว่าฝ่าบาทพูดถูก แต่สกุลซือหม่าอยู่ไกลถึงอำเภอเวินเซี่ยน ไม่รู้สถานการณ์ในสวี่ตู กัวจยาส่งเติ้งจั่นไปวาดภาพเหมือนของหยางผิง

ครั้งนี้พวกเราไม่มีเหตุผลต้องโกหก สถานการณ์ยังคงไม่เป็นผลดี ต่อเราอยู่”

หยางผิงในบทของหลิวเสียยังคงยืนยัน “คนอื่นอาจจะไม่ตระหนัก แต่ว่าจ้งต๋าคุณชายรองสกุลซือหม่าต้องตระหนักถึงความผิดปกติในเรื่องนี้แน่และมีอุบายรับมือที่ดีที่สุด”

“เขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าเจ้าเป็นหรือตาย จะช่วยเหลือเจ้าได้อย่างไร”

“เจ้าไม่เข้าใจจ้งต๋า เขาเป็นคนที่ทั้งเฉลียวฉลาดและเอาแต่ใจ” เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ริมฝีปากของหลิวเสียระบายยิ้มออกมาอย่างคาดไม่ถึง

เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปตอนใช้ชีวิตอยู่ในเหอเน่ยอย่างไร้ทุกข์ ไร้กังวล

เขาตบเข่า “เราคิดว่ากัวจยาได้รับภาพแล้ว กลับไม่ได้ลงมือทำอะไร เรื่องนี้ต้อง เกี่ยวข้องกับจ้งต๋าแน่” สะท้อนให้เห็นว่าหยางผิงกับซือหม่าอี้ใจถึงใจ

ไม่ว่าจะห่างไกลกันเพียงใด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน