เร่าร้อน เรียนรู้ ซือหม่าอี้(32) – ความสัมพันธ์ระหว่างสกุลโจกับสกุลซือหม่าเป็นความสัมพันธ์ที่รับรู้กันอย่างกว้างขวาง ดังที่ ทองแถม นาถ จำนง ผู้เขียนหนังสือ “เหนือขงเบ้งคือสุมาอี้” ระบุ

เมื่อเอ่ยถึงสุมาหองหรือซือหม่าฝาง บิดาของซือหม่าอี้ เจ้าของฉายา “เจี้ยนกง”ว่า เป็นชาวอำเภอเวินเซี่ยน เมืองโห้ลาย หรือเหอเน่ย ปัจจุบัน อยู่ทรงตะวันตกของอำเภอเหอเสี้ยน มณฑลเหอหนาน

รับราชการเป็น “จิ้นเหยาจวิ้น”(ข้าราชการกำกับราชธานี คือเมืองเตียงอันหรือฉางอัน)

สุมาหองเป็นผู้สนับสนุนให้โจโฉได้ตำแหน่งเป็น “นคราภิบาลแขวงเหนือ” เมื่อโจโฉเริ่มรับราชการใหม่ๆ โจโฉจึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลของสุมาอี้

หนังสือ “จดหมายเหตุสามก๊กฉบับเฉินโซ่ว”จากการเรียบเรียงของ ยศไกร ส.ตันสกุล

ปีค.ศ.191 โจโฉนำกองทัพไปตั้งอยู่ที่เมืองเฮอไน สาเหตุที่โจโฉมาตั้งหลักอยู่ที่เมืองนี้แทนที่จะกลับไปตันหลิวบ้านเกิด อาจเพราะโจโฉมีสายสัมพันธ์กับตระกูลใหญ่ซึ่งมีอิทธิพลในเมืองนี้

นั่นก็คือ ตระกูลสุมา

นั่นก็เนื่องจาก สุมาหอง ผู้นำตระกูลในขณะนั้นเป็นขุนนางใหญ่ที่เคยเป็น ผู้สนับสนุนโจโฉซึ่งเดิมมีพื้นเพ เป็นลูกหลานขันทีให้สามารถเข้ารับราชการและมีตำแหน่งสูงในราชสำนัก

ความวิตกของฝูโซ่ว ความกังวลของถังจี จึงมิได้ไร้รากฐาน

กระนั้น ความน่าสนใจประการหนึ่งระหว่างยุทธนิยาย “ความลับแห่งสามก๊ก” กับซีรีส์เรื่อง “ความลับสามก๊ก” ก็คือ สถานการณ์ที่มีการย้ายหยางผิงเข้าวังหลวง

อาจมีความเหมือนกันระหว่าง “หนังสือ” กับ “ซีรีส์” แต่เมื่อลงในรายละเอียดกลับแตกต่าง

สำหรับยุทธนิยายของ Ma Bo Yong มีการขยับขับเคลื่อนตามกลยุทธ์ทางการเขียน อย่างน้อยก็มิได้เปิดบทบาทของซือหม่าอี้มากนัก

อาจมีความสงสัยในสถานการณ์ แต่ก็มิได้ลงลึกในรายละเอียด

ตรงกันข้าม เมื่อปรากฏเป็นซีรีส์ ความสงสัยจากเรื่องเล่าที่ได้รับเกี่ยวกับชะตากรรมของหยางผิงกลับทำให้ซือหม่าอี้มิอาจทนนิ่งเฉย

ตรงนี้เองที่ซีรีส์ดำเนินไปอย่างรวบรัดมากกว่าหนังสือ

นั่นก็เห็นได้จากซือหม่าอี้เมื่อเกิดความสงสัยก็ตัดสินใจเดินทางเข้าสวี่ตู และเสาะหาแต่ละร่องรอยตั้งแต่ต้นจนกระทั่งเริ่มมองเห็นเค้าลาง

ตระหนักรู้ว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำ

ทั้งยังเป็นเงื่อนงำซึ่งแม้แต่สวินอี้ หม่านฉง ตลอดจนกัวจยา ก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ ตั้งแต่การรุดเข้าวังกลางรัตติกาลของถังจีพร้อมกับ 1 ขันทีอันเป็นปริศนา

กระทั่งเกิดเพลิงไหม้พระตำหนักและขันทีเสียชีวิต

และเมื่อมีการชันสูตรศพของขันทีก็ปรากฏว่า 1 เป็นการตายก่อนเกิดเพลิงไหม้ ขณะเดียวกัน 1 ผลการตรวจสอบ “ตอ” ของขันทีเด่นชัดว่าเป็นร่องรอยใหม่เอี่ยม

ใหม่เอี่ยมไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นขันทีอย่างแท้จริง

ซือหม่าอี้อาจไม่ได้เข้าถึงกระบวนการชันสูตรระดับนี้แต่ความสงสัยของเขาก็ใกล้เคียง ตั้งแต่เห็นว่าศพของผู้ตายซึ่งเข้าใจว่าเป็นหยางผิงมีการทำลายใบหน้าอย่างจงใจ

จึงตัดสินใจเดินทางเข้าสวี่ตู

โชคดีที่ตระกูลซือหม่ามีเส้นสายจัดวางเอาไว้ในเมือง เป้าหมายนอกจากทำการค้าแล้ว ยังเพื่อคอยรายงาน ความเคลื่อนไหวของขุนนางในเมืองไปยังอำเภอ เวินเซี่ยน

กล่าวอย่างรวบรัดก็คือ สถานีในการหาข่าวและกรองข่าว

ซือหม่าอี้จึงสามารถใช้ “กลไก”ที่มีอยู่นี้ในการสร้างความกระจ่างอย่างเต็มเปี่ยม ในที่สุด เมื่อซือหม่าอี้เดินทางไปยังจุดพักก่อนถังจีจะนำขันทีเข้าราชสำนักกลางรัตติกาล

จึงได้สัมผัสกับเส้นสนกลในอันดำเนินไปในลักษณะแห่งเครือข่ายครบถ้วน

การอนุมานในทางความคิดเบื้องต้นของซือหม่าอี้จึงเป็นรูปเป็นร่างค่อนข้างสมบูรณ์กระทั่งยืนยันความเชื่อของตนออกมาอย่างหนักแน่นและจริงจัง

นั่นก็คือ หยางผิงมิได้ถูกลอบสังหารอย่างที่มีการสร้างข่าวขึ้น

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน