เสริมเติม บทบาท ซือหม่าอี้ (33) – แม้ในตอนที่เป็นยุทธนิยายอาจไม่กระจ่างโดยบทบาทในการทะลวงเข้าไปเสาะค้นความนัยอย่างที่ปรากฏ ผ่านซีรีส์ แต่ Ma Bo Yong ก็นำเสนอบทสรุปให้กับซือหม่าอี้
ด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่าหยางผิงถูกลากดึงเข้าไปในยุทธการการวางแผน
สะท้อนให้เห็นถึงการชิงเหลี่ยมชิงคมระหว่างเส้นสายและเครือข่ายของราชวงศ์ฮั่น กับเส้นสายและเครือข่ายตระกูลเฉาของท่านซือคง
นี่คือ ความขัดแย้งอันเกิดขึ้น ดำรงอยู่และดำเนินไป
บทบาทของหยางผิงที่เข้าไปสวมรอยในโฉมของโอรสสวรรค์จึงมากด้วยความตื่นเต้น ระทึกใจ และพลอยลากดึงซือหม่าอี้อย่างแนบแน่นมากยิ่งขึ้น
ทั้งจัดวางบทบาทโอรสสวรรค์กับเฉาผีอย่างเหมาะเจาะ
ทุกอย่างอันปรากฏในยุทธนิยายเรื่อง “ความลับแห่งสามก๊ก” มิได้โลดโผนเกินไปกว่ารายละเอียดของประวัติศาสตร์ในห้วงสามก๊ก
แล้วความแตกต่างระหว่าง “ยุทธนิยาย” และ “ซีรีส์” อยู่ตรงไหน
ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างที่เป็นยุทธนิยายกับที่เป็นซีรีส์อยู่ตรงที่หนังสือพยายามแอบอิงอยู่กับข้อมูลความเป็นจริงในทางประวัติศาสตร์ แม้ว่าจะแหกมิติด้วยการสร้างตัวละครแฝด
แต่ภายในแต่ละก้าวย่างก็ไม่ได้ “ฉีก” ประวัติศาสตร์มากนัก
ตรงกันข้าม เมื่อแปลจากหนังสือมาเป็นซีรีส์ได้ขยายบทบาทของซือหม่าอี้ค่อนข้างสูง ไล่เรียงตั้งแต่เริ่มมีข้อสงสัยในเรื่องการตายกะทันหันของหยางผิงในระหว่างการเดินทาง
เป็นข้อสงสัยที่ซือหม่าอี้มิอาจทนนิ่งเฉยอยู่ได้
จึงไม่เพียงแต่จะแกะรอยเส้นทางของหยางผิงจากอำเภอเวินเซี่ยนกระทั่งถึงจุดที่ประสบกับการถูกลอบโจมตีและสังหาร
ยิ่งตาม ยิ่งสงสัย
ตรงนี้สะท้อนนิสัยอันโดดเด่นอย่างหนึ่งของซือหม่าอี้ กล่าวคือ มิได้เป็นความเฉลียวฉลาด ฉับไวในการสังเคราะห์ วิเคราะห์และคลี่คลายสถานการณ์
หากแต่ยังเป็นบุคคลประเภท “กัดไม่ยอมปล่อย”
จากจุดนี้เองทำให้ซือหม่าอี้ตัดสินใจเดินทางเข้าไปในสวี่ตู อาศัยเซฟเฮาส์ของตระกูลซึ่งมีภารธุระในการหาข่าวมาเป็นเครื่องมือให้กับตนเองในการสะสาง ทำความเข้าใจ ทีละเปลาะทีละปล้อง
กระทั่งเข้าไปในจุดต้นตอของการวางแผน ณ ศาลเจ้าในความดูแลของถังจี
จากความเคลื่อนไหว จากการสนทนาโต้ตอบทำให้ได้รับรู้ว่า ตระกูลซือหม่าถอนตัวออกจากราชการในยุคที่ต่งจั๋ว(ตั๋งโต๊ะ)ยกกำลังจากซีเหลียงเข้ามายึดครอง นครลั่วหยาง
นั่นก็คือ ถอยไปตั้งหลัก ณ อำเภอเวินเซี่ยนอย่างจริงจัง
นั่นย่อมปรากฏใน “จดหมายเหตุสามก๊ก” อัน ยศไกร ส.ตันสกุล ระบุว่าในปีค.ศ.190 เมื่อตั๋งโต๊ะเข้า ยึดนครลั่วหยางแล้วต่อมาได้เผาทำลายเมือง
จากนั้นได้อพยพผู้คนไปอยู่ที่นครเตียงอันหรือฉางอัน
ตอนนี้เองที่สุมาล่ง พี่ชาย ได้พาสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดโยกย้ายไป อยู่ที่เหอหนาน กระนั้นก็ยังไม่สามารถหลีกพ้นไปจากภัยของสงครามและ การสู้รบ
มองในแง่เปรียบเทียบก็จะประจักษ์ในความจริง “ร่วม”
เป็นความจริงร่วมของผู้คนในห้วงแห่งกลียุคอย่างเด่นชัด ทำให้ชะตากรรมของ ตระกูลซือหม่ากับชะตากรรมของตระกูลสวินหรือซุนแทบไม่แตกต่างกัน
ชื่อเสียงของตระกูลซือหม่าจึงเป็นที่รับรู้ของตระกูลสวิน
หลังเกิดเพลิงไหม้ในราชสำนัก เอกสาร ตำราส่วนหนึ่งเสียหายมีความจำเป็นในการต้องรับบัณฑิตมาทำหน้าที่ในการลอกตำราเพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย
ห้วงเวลานี้เองที่ซือหม่าอี้เข้าไปรับราชการ “ชั่วคราว”
รายละเอียดตรงนี้ไม่ได้ปรากฏในยุทธนิยาย ตรงกันข้าม เด่นชัดเมื่อมาเป็นซีรีส์ ซึ่งแม้จะเข้ารับราชการแต่โดยเป้าหมายหลักยังเพื่อไปสืบข้อเท็จจริง
ในห้วงแห่งการรับราชการนี้เองที่ซือหม่าอี้ได้พบกับโอรสสวรรค์