เมื่อวันที่ 22 ต.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความเห็นเรื่องการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ของรัฐบาล ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การถอยคนละก้าวของรัฐบาล แต่ที่ยกเลิกเป็นเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าประกาศและคำสั่งต่างๆ ที่อาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ล้วนไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากสู้กันในศาลรัฐบาลก็มีโอกาสแพ้สูง และผู้ออกประกาศและคำสั่งต่างๆ จะกลายเป็นผู้ทำผิดกฎหมายทันที

การออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและคำสั่งต่างๆ มีผลไปแล้ว และสร้างความเสียหายแก่ประชาชนไว้มาก จึงยังมีประเด็นควรจะพิจารณากันต่อเพื่อให้มีข้อสรุปว่าประกาศและคำสั่งต่างๆ ที่ออกไปผิดกฎหมายหรือไม่ หากผิดกฎหมาย จะได้หาทางลงโทษผู้ออกประกาศและคำสั่ง รวมทั้งเรียก ค่าเสียหายด้วย

ด้านนพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรี รวมไทย (สร.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า การประกาศยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯไม่ใช่การถอยตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง แต่การถอยคือการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ต้องลาออกเท่านั้น และการที่พล.อ.ประยุทธ์ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ จึงควรต้องมีผลตามข้อ 8 ของคำแนะนำของประธานศาลฎีกา

ข้อ 8 ในกรณีที่มีการยกเลิกประกาศให้สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นสถานการณ์ที่มีความร้ายแรงตามมาตรา 11 วรรคสามแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ให้ศาลยกเลิกหมายจับและควบคุมตัวเสีย ประกาศ ณ วันที่ 1 มี.ค.2554

ดังนั้น ผู้ชุมนุมที่ถูกหมายจับและควบคุมตัวในระหว่างการชุมนุมจึงต้องถูกยกเลิกทั้งหมด แต่พล.อ.ประยุทธ์จะบอกว่าเป็นการถอยกันคนละก้าวตามที่แถลงเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ไม่ได้ เพราะเป็นก้าวที่ไม่ควรแต่แรก ถอยคนละก้าวที่ นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนเรียกร้อง คือพล.อ.ประยุทธ์ต้องออกไปเท่านั้น

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า แถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อคืนวันที่ 21 ต.ค. เป็นถ้อยแถลงที่น่าผิดหวัง และไม่ได้เป็นการถอยที่แท้จริง แต่เป็นแค่การซื้อเวลาเพื่อนั่งเก้าอี้นายกฯ ต่อไปเท่านั้น เพราะถ้า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการจะถอยจริงๆ ก็ต้องประกาศลาออก ไปแล้ว เพราะนั่นคือข้อเรียกร้องข้อแรกของผู้ชุมนุม ทั้งยังได้รับการขานรับจากคนทั้งประเทศที่ไม่ได้ไปร่วมเดินขบวนเช่นกัน

พล.อ.ประยุทธ์อย่าคิดไปเองว่าประเทศไทยขาด พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ เพราะถึงไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ ก็เชื่อว่ารัฐสภายังสามารถเดินหน้าทำงานต่อเพื่อ แก้ไขรัฐธรรมนูญและหาทางออกต่างๆ ให้ประเทศได้ คนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยว่า ปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยการเมือง ไม่ใช่ด้วยการยึดอำนาจโดยกำลังทหาร และควรใช้รัฐสภาเป็นเวทีแก้ปัญหาการเมือง แต่พล.อ.ประยุทธ์ไม่จำเป็นต้องนั่งเป็นนายกฯ ต่อ

“ในเมื่อพูดว่าตนเองเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา หวังว่าหลังจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์คงจะไม่กลืนน้ำลายตัวเองด้วยการยุบสภา เพื่อให้ตัวเองได้กลับมาเป็นนายกฯอีก เพราะจะยิ่งเป็นการถ่วงอนาคตของประเทศ อย่าอ้างว่าต้องอยู่ต่อเพื่อแก้ปัญหาปากท้องหรือโควิด เพราะประเทศไทยยังมีคนดีและ มีฝีมืออีกมากที่สามารถทำงานแทน พล.อ.ประยุทธ์ได้ และน่าจะแก้ปัญหาได้ดีกว่าด้วยซ้ำ” ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน