4ปีมรณภาพ-ครูบาออ ปัณฑิโตสำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ – วันเสาร์ที่ 24 ต.ค.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 4 ปี มรณกาล “ครูบาออ ปัณฑิโต” สำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ อดีตพระเถระที่มีพรรษาสูง เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านอำเภอเชียงดาว และชาวจังหวัดเชียงใหม่

ท่านรักษาคุณงามความดีในการยึดถือหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าและเผยแผ่ธรรมะ ดำเนินแบบแผนตามรอยธรรม ครูบาอาจารย์ มีวัตรปฏิบัติเรียบง่าย เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้ได้พบเห็น

เกิดวันอังคาร เดือนสิบสองไตยใหญ่ ตรงกับเดือนพฤศจิกายนของไทย เมื่อปีพุทธศักราช 2461 ปีขาล ที่หมู่บ้านน้ำหน่อต.ปางซาง จ.ลายข่า ประเทศพม่า (รัฐฉานไทยใหญ่) บิดาเป็นกำนันชื่อนายจั่นตา มารดาชื่อนางเห็งแปร มีพี่น้องรวมกันทั้งหมด 10 คน ครูบาออ เป็นคนที่ 10

บรรพชาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ จนถึงอายุ 15 ปี เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ลาสิกขาไปเป็นทหารร่วมรบกับกองกำลังทหารไทยใหญ่ ในฐานะผู้นำทัพ

ครั้นพอปลดจากทหาร ได้กลับมาอุปสมบทอีกครั้ง มีเจ้าปิ่นยา พระสังฆราช ของไทยใหญ่ เป็นพระอุปัชฌาย์ ราวปีพุทธศักราช 2497

ศึกษาอักขระ ตำราเลขยันต์ฉบับหอคำหลวง จนได้รับการวางตัวเป็นพระมหาเถระรูปต่อไป

มีเรื่องเล่าว่า เรืองวิทยาคมตั้งแต่เป็นสามเณร ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกเกณฑ์เป็นทหารไทยใหญ่ รบกับเมียนมา ก่อนออกรบ จะทำน้ำมนต์และสักกระหม่อมให้เพื่อนทหาร

ทำให้เจ้าฟ้าแสงเชียง เจ้าแผ่นดินรัฐฉาน หรือไทยใหญ่ โปรดในฐานะทหารกล้า จึงสักสังวาลเพชรบนศีรษะให้ตอนอายุ 20 ปี

ครูบาออ ร่ำเรียนวิทยาคมจากครูบาอาจารย์ของท่านที่รัฐฉานไทยใหญ่ จำนวน 9 รูป เป็นผู้ถ่ายทอดและการปฏิบัติตนในแบบฉบับวิปัสสนากัมมัฏฐาน

ในรอบ 1 ปีพลโทเจ้ายอดศึก ผู้นำทหารไทยใหญ่รัฐฉาน ต้องมากราบไหว้ และลงอักขระสำทับวิชา โดยอาราธนาครูบาออทำพิธีตามแบบไทยใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล

ทั้งนี้ ครูบาออเคร่งครัดในวินัยการปฏิบัติของสงฆ์เป็นอย่างยิ่ง ใช้ชีวิตสันโดษ สมถะ เรียบง่าย และมีความมานะอดทนสูง ชาวบ้านนับถือท่านเป็นพระสุปฏิปันโนที่น่าเลื่อมใสรูปหนึ่งของภาคเหนือ

แม้ย่างเข้าวัยชรา แต่ยามว่างจากการปฏิบัติศาสนกิจ ท่านจะแบกกลดธุดงค์ข้ามจากฝั่งไทย ไปฝั่งพม่า เพียงรูปเดียว อาศัยถ้ำหรือป่ารกเป็นที่อาศัย

ด้านวัตถุมงคล ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องราง อาทิ สิงห์ปราบป่า-พญาปราบเมือง, ตะกรุด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสำนักสงฆ์พระธาตุดอยจอมแวะ ที่ ครูบาอออยู่จำพรรษา เป็นดอยสูง ไม่มีถนน ทั้งทางขึ้นดอยก็ลาดชัน รถยนต์ไม่สามารถขึ้นไปได้ สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งไฟฟ้า น้ำประปาก็ไม่มี อาศัยเพียงน้ำฝน และแผงเซลล์รับแสงอาทิตย์

ครูบาออจึงได้จัดสร้างเหรียญรุ่นอายุยืน ถือเป็นรุ่นแรก สร้างจากเหรียญกษาปณ์ รายได้นำไปบูรณะวัดพระธาตุดอยจอมแวะ อีกส่วนหนึ่งนำไปสร้างอาคารเรียน

กล่าวได้ว่าการจัดสร้างวัตถุมงคลของท่าน มิได้จัดสร้างเพื่อ มุ่งหวังเชิงธุรกิจและการค้า แต่หวังให้บูชาให้เป็นการเตือนสติ เพื่อให้คุ้มครองและรักษาให้อยู่สุขสวัสดีมงคล นำพาชีวิตให้เกิดสติระลึกนึกถึงกุศลเจตนาเท่านั้น

กระทั่งเมื่อเวลา 04.05 น. วันที่ 24 ต.ค.2559 ละสังขารอย่างสงบ

หลังจากตื่นเช้าออกมาทำวัตรปกติ และนั่งสมาธิ ละสังขาร ด้วยวัย 101 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน