เหตุเกิด ณ ศาลหงหนงอ๋อง(40) – การปะทะระหว่างโอรสสวรรค์กับมเหสีฝูโซ่วเหนือแท่นบรรทมเสมอเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะที่รุนแรงแข็งกร้าวมากยิ่งกว่ากลับเป็นการทะเลาะที่ศาล บรรพชนอันเป็นจุดต้นเรื่อง
ครานี้นอกจากโอรสสวรรค์กับฝูโซ่วยังมีถังจีเข้ามาเกี่ยวด้วย
ทันทีที่หลิวเสียดำเนินเข้าไปภายในศาลบรรพชนก็ตระหนักได้ถึงความเย็น ยะเยือก ยังไม่ทันที่จะทอดพระเนตรไปโดยรอบด้านประตูใหญ่ข้างหลังก็ปิดลงพร้อมกับเสียงอันดัง
ตรงหน้าพลันมืดสนิท
ทันใดนั้นสายลมแรงวูบใหญ่ก็จู่โจมโถมเข้ามา หลิวเสียยกมือขึ้นป้องโดยสัญชาตญาณเพื่อต้านรับกับหมัดอันเฉียบขาดซึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
หมัดนั้นรั้งถอยไปครึ่งนิ้ว แต่นิ้วมือก็กางออก จู่โจมเข้าด้านขวา
หลิวเสียมองไม่เห็นอะไร อาศัยเพียงฝีเท้าและเสียงลมแผ่วเบาที่ปะทะกับอีกฝ่าย เท่าที่ทำได้คือมือต่อย ขาเตะ หลังปะทะหลายสิบครั้งกระบวนท่าหมัดมวยของ อีกฝ่ายพลันแปรเปลี่ยน
เปลี่ยนเป็นรวดเร็วขึ้นอีกหลายเท่า
ในท่ามกลางความมืด โสตได้ยินเสียงตุบๆ หลายครั้ง เป็นท้องน้อย ไหล่ซ้าย หลังเข่าและขมับล้วนถูกจู่โจม ถูกชกเข้าใส่จนตาลายพรายพร่าง
ต้องทรุดฮวบหลังกระแทกพื้นหินเย็นยะเยียบ
“ลุกขึ้น” อีกฝ่ายตวาด เป็นเสียงของสตรี ฟังแล้วรู้สึกคุ้นเคย จำต้องอดทนกับความเจ็บ ค่อยคลานขึ้นจากพื้น หมายจะสังเคราะห์แยกแยะที่มาของเสียง
แต่แล้วคางกลับถูกเตะกลางอากาศ หงายหลังทรุดลงกับพื้นอีกคำรบหนึ่ง
“พี่สาว พอแล้วล่ะ” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น หลิวเสียฟังออกว่าเป็นเสียงของฝูโซ่ว เทียนไขถูกจุดขึ้นอีกครา เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นฝูโซ่วกับถังจียืนเรียงเคียงไหล่กัน
ด้านหลังมีป้ายบูชาตั้งอยู่ 2 อัน
1 เป็นของหงหนงอ๋อง หลิวเปี้ยน 1 เป็นของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน หลิวเสีย อันหลังไม่มีทั้งฉายาและยศหลังสวรรคต
ตรงชื่อเขียนไว้เพียง “โอรสสวรรค์”
ภาพที่หลิวเสียมองเห็นอย่างเด่นชัด ณ เบื้องหน้าภายในศาลบรรพชน ฝูโซ่วสีหน้าเรียบเฉย ขณะที่ดวงหน้าอันงดงามของถังจีระบายไว้ด้วยความผิดหวังระคน โกรธแค้น
“ขี้ขลาด” ถังจีถลึงตาใส่อย่างขุ่นขึ้ง ทำท่าจะเตะซ้ำอีกคำรบหนึ่ง
ฝูโซ่วห้ามนางไว้ และพูดออกมาด้วยความเหนื่อยล้า เย็นชา “ไยต้องหาเรื่องทะเลาะกับคุณชายคนหนึ่งจากเหอเน่ยด้วย ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่ฝ่าบาทของพวกเรา”
นี่ย่อมเป็นการจัดวางอย่างแยกจำแนกฝูโซ่ว ขณะที่ถังจียังเปี่ยมด้วยความโกรธ
“เมื่อคืนข้าต้องเห็นผู้มีพระคุณซึ่งเคยช่วยชีวิตข้าตายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่อาจทำอะไรได้ ไม่อาจพูดอะไรได้ ทั้งยังต้องเสแสร้งโอนอ่อนกับคนที่ไล่ล่ากระทั่งปกป้องศพไว้ยังทำไม่ได้
หลังจากนั้นข้าต้องเฝ้าดูเลือดเนื้อเชื้อไขที่ฝ่าบาททิ้งไว้ตายไปอย่างเดียวดาย ไร้ที่พึ่ง
รอบด้านล้วนเป็นคนของเฉาเชา เย็นชาอำมหิตไม่ให้การรักษา ปล่อยต่งกุ้ยเหรินตายไปอย่างช้าๆ ก่อนตายนางยังอยากจะคว้าจับมือข้าโดยที่ข้ายังไม่กล้ายื่นมือเข้าไป
ความสิ้นหวัง ความเจ็บปวดเจียนจะคลั่งแบบนั้นเจ้าเข้าใจหรือไม่
นอกจากพูดถึงหลักการอันยิ่งใหญ่อย่างเสแสร้ง แสดงความเมตตาอันไร้ค่า ของเจ้าแล้วเจ้ายังทำอะไรได้อีกบ้าง การเสียสละเหล่านี้ของพวกเราในสายตาของเจ้านับเป็นอะไรกันแน่
การกระทำอันชั่วร้ายไม่น่าให้อภัยของสตรีโง่กลุ่มหนึ่งอย่างนั้นรึ
น้องสาวพูดถูก เจ้าไม่เหมือนฝ่าบาทแม้แต่น้อย ฝ่าบาทตัวจริงเย็นชา ไร้ความปรานี แต่กลับมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ นั่นเป็นความเมตตาและคุณธรรมสูงสุด
เจ้ากับเขาสุดท้ายก็แค่รูปโฉมคล้ายกันเท่านั้น
ศาลเจ้าแห่งนี้มีเส้นทางลับอยู่ เจ้าจากไปแล้วข้าจะใช้ไฟเผาที่นี่ซะและตายไปพร้อมกับฝ่าบาท ก่อนจากไปขอให้เจ้าโขกศีรษะขอขมาอดีตจักรพรรดิทั้ง 2 พระองค์ด้วย
เมื่อเข้าพบพวกพระองค์ในปรโลกจะได้ชี้แจงได้