เผยบัตรทองรักษาปฐมภูมิทุกที่ – นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การรับบริการปฐมภูมิภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ก่อนหน้านี้ผู้ป่วยต้องลงทะเบียนที่หน่วยบริการปฐมภูมิที่ใดที่หนึ่งก่อน และต้องรับบริการที่หน่วยบริการที่ลงทะเบียนเท่านั้น ที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนบางส่วนมีความสะดวกในการรับบริการที่หน่วยบริการปฐมภูมิอื่น เพราะใกล้และสะดวกกว่า แต่จะต้องมาลงทะเบียนหน่วยบริการใหม่ที่เป็นข้อจำกัด ทำให้เกิดภาพบริการบัตรทองที่เป็นระบบอนาถา ทั้งนี้ นโยบายของ รมว.สาธารณสุข เห็นควรให้แก้ไขปัญหานี้ จึงได้มอบ สปสช.ปรับระบบบริการ “รักษาปฐมภูมิทุกที่ในเครือข่ายหน่วยบริการ” โดยใช้หลักการใกล้บ้านใกล้ใจ ย้ำว่าระบบนี้เฉพาะบริการปฐมภูมิเท่านั้น และวันที่ 1 พ.ย. นำร่องในพื้นที่ กทม. ไม่ใช่ทั่วประเทศ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีปัญหา 190 คลินิกเอกชนถูกยกเลิกจากระบบบัตรทอง ทำให้ประชาชนไม่มีหน่วยบริการประจำรองรับ จึงนำนโยบายใหม่นี้มาทดลอง โดยประชาชนที่รับบริการขอให้นำบัตรประชาชนพกติดตัว ไปด้วย เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน และใช้สิทธิรับบริการ

ส่วนการปรับระบบเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิบริการทันที หลังเปลี่ยนหน่วยบริการประจำ เนื่องจากเมื่อก่อนต้องรอ 15 วัน จึงจะใช้สิทธิเข้ารับบริการได้นั้น ด้วยระบบเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยเฉพาะการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังหน่วยบริการ และการยืนยันตัวตนโดย Smart card ทำให้ สปสช.สามารถปรับระบบเพื่อแก้ไขช่องว่างนี้ได้ ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2564 ประชาชนทั่วประเทศสามารถใช้สิทธิบัตรทองได้ทันทีหลังเปลี่ยนหน่วยบริการประจำ ไม่ต้องรอ 15 วันอีกต่อไป

นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ส่วนนโยบายยกระดับบัตรทองอีก 3 ด้าน ในด้านการยกเลิกใช้ใบส่งตัวกรณีผู้ป่วยในที่ต้องนอนรักษาใน ร.พ. สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับ สปสช. นำร่องในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 ซึ่งมี 4 จังหวัดคือ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ เป็นเขตสุขภาพที่ใหญ่มาก มีประชากรประมาณ 7.5 ล้านคน และมีความพร้อมในการดำเนินการ โดยตั้งแต่ในวันที่ 1 พ.ย. ประชาชนในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 9 เฉพาะนครราชสีมา โดยไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัวที่หน่วยบริการประจำ หากระบบดำเนินไปด้วยดีก็จะมีการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นเพิ่มเติม

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ส่วนนโยบายมะเร็งส่งตรงถึง ร.พ.เฉพาะด้านที่ไม่แออัดนั้น การรักษามะเร็งเป็นสิทธิประโยชน์ระบบบัตรทองอยู่แล้ว ที่ผ่านมาอาจเกิดความไม่สะดวก มีปัญหาคิวรักษาและความแออัด แต่โรคมะเร็งอยู่ในแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพอยู่แล้ว การปรับระบบบริการในครั้งนี้ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และโรงพยาบาลมะเร็ง 7 แห่งทั่วภูมิภาคของกรมการแพทย์จะเข้าร่วม โดยเชื่อมโยงข้อมูลการเข้ารับบริการทั้งหมด ทำให้เห็นภาพการเข้ารับบริการและสามารถกระจายคิวรักษาผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงได้ อย่างไรก็ตาม ช่วง 2 เดือนนี้ กรมการแพทย์จะดำเนินการต่างๆ เพื่อรองรับ และวันนี้ 1 ม.ค. 2564 ร.พ.สังกัดกรมการแพทย์จะมีความพร้อมดูแลผู้ป่วยตามนโยบายนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน