จินตภาพ การเป็น จักรพรรดิ(41) – อาจเนื่องจากว่าในยุทธนิยายมีประโยคระบุ “ศาลเจ้าแห่งนี้มีเส้นทางลับอยู่ เมื่อเจ้าจากไปแล้วข้าจะใช้ไฟเผาที่นี่” ในซีรีส์ “ความลับสามก๊ก”จึงสอดสวมให้ซือหม่าอี้เข้ามามีบทบาท

เป็นการเข้ามามีบทบาทตั้งแต่อยู่ในห้วงแห่งการปราบกบฏต่งเฉิง

เริ่มจากเมื่อซุนอี๋ไล่ตามหวังฝู่เข้าไปยังศาลบรรพชนหงหนงอ๋อง ณ ที่นั้น ไม่เพียงแต่จะประสบเข้ากับถังจี หากแต่ยังประสบกับต่งกุ้ยเหรินอยู่ด้วย

คนที่จ้องจะสังหารต่งกุ้ยเหริน คือ ซุนอี๋

ขณะเดียวกัน ก็มีการรุกไล่เพื่อจัดการกับหวังฝู่ แต่ซือหม่าอี้ซึ่งรู้สายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างหวังฝู่กับถังจีได้พยายามจัดฉากให้กลายเป็นถังจีเป็นผู้สังหารหวังโซ่ว เป้าหมายเพื่อช่วยให้ถังจีพ้นจากข้อสงสัย

ซีรีส์ต้องการสร้างสายสัมพันธ์ไม่เพียงแต่ระหว่างซือหม่าอี้กับหยางผิง หากแต่ยังโยงสายยาวไปยังถังจีอย่างมากด้วยเงื่อนปม

โยงไปไกลถึงการทะเลาะกันอย่างหนักกระทั่งซือหม่าอี้กับหยางผิงจรออกไปด้วยกัน

เ มื่อประตูศาลบรรพชนถูกผลักเปิดเงาร่างคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามา ถังจีขมวดคิ้ว ด้านนอกถูกทหารม้าหู่เป้าล้อมไว้แล้ว ตามหลักไม่ควรมีใครเข้ามารบกวน นางคว้าปิ่นเหล็กขึ้น

เป็นหยางซิวที่ยิ้มร่าขณะมือขวาโยนลูกเต๋าเล่น

“เฮ้อ เรื่องการพนันสำคัญที่ว่าลงมือแล้วต้องไม่เปลี่ยนใจ เดิมพันครั้งใหญ่ที่พวกเราลงไว้ด้วยกัน บัดนี้ผลยังไม่ได้ออกมา ไฉนพวกเจ้าจะล้มโต๊ะเสียแล้วเล่า”

หลิวเสียมองหยางซิวและเผยสีหน้ารังเกียจ

เขารู้แล้วว่าเรื่องของต่งเฉิงครั้งนี้มีคุณชายในบ้านของหยางเปียวผู้นี้เป็นบุคคลชี้ชะตา พูดอีกอย่างก็คือ เป็นเขาที่หักหลังต่งเฉิงเพื่อแลกกับความไว้วางใจจากเฉาเชา

ประเด็นมิได้อยู่ที่ว่า สวินอี้ส่งหยางซิวมาตรวจสอบ หรือเป็นหยางซิวส่งตัวเองมา

เบื้องหน้าสภาพการณ์เช่นนี้ ฝูโซ่วกับถังจีสบตากัน ความล้มเหลวจากปฏิบัติการของต่งเฉิงยังคงไม่อาจขจัดความหวาดระแวงของเฉาเชาไปได้ทั้งหมด

แค่มาเซ่นไหว้พี่น้องยังต้องส่งคนมาจับตาติดตาม

กระบวนการถกเถียงระหว่างหยางซิวกับฝูโซ่วและถังจี ขณะที่หยางผิงอยู่ในเหตุการณ์ โดยรับรู้กระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ ถือเป็นการทดสอบอันทรงความหมายยิ่ง

เป็นการทดสอบทั้งในทางความคิด ทั้งในทางการเมือง

เริ่มจากความเห็นของฝูโซ่วซึ่งอยู่ใกล้ชิดแนบแน่นกับโอรสสวรรค์มากที่สุด “เต๋อจู่ คนผู้นี้ไม่มีความสามารถเป็นจักรพรรดิได้ พวกเรากำลังเสียเวลา”

หยางซิวโยนลูกเต๋าไปข้างป้ายบูชาของกษัตริย์ทั้ง 2 พระองค์

เดินเข้าไปจับแขนเสื้อของหลิวเสียอย่างสนิทสนม “ฝ่าบาท ข้าขอพูดกับพระองค์เป็นการส่วนตัวได้หรือไม่”

หลิวเสียยังไม่ทันได้ตอบก็ถูกดึงไปอีกด้านของศาล

หยางซิวเหลือบมองไปยังฝูโซ่วกับถังจีซึ่งอยู่ห่างออกไปก่อนยกมือตบที่ไหล่ของหลิวเสียและถอนหายใจด้วยท่วงท่าอาการปลอบโยน

“สตรีเป็นแบบนี้ล่ะ ทำอะไรสุดโต่ง ชอบใช้อารมณ์”

จากนั้นหยางซิวจึงค่อยอรรถาธิบาย “บางทีแม้แต่พวกนางเองยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ขงจื่อว่าไว้อย่างไรนะ มีเพียงคนพาลกับสตรีเท่านั้นที่อยู่ด้วยยาก

สตรีพวกนั้นมักจะตั้งความหวังในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

จินตนาการว่าเจ้าเป็นจักรพรรดิที่แท้จริง หวังว่าเจ้าจะโหดเหี้ยมเฉียบขาดเหมือนฝ่าบาท แต่ข้ากลับไม่โง่เช่นนั้น

ในสายตาข้า เจ้าเป็นแค่คนที่สวมบทบาทของจักรพรรดิเท่านั้นเอง”

ฟังคำวิจารณ์อย่างเปิดเผยของหยางซิวแล้วไหล่ทั้งสองของหลิวเสียลู่ลง “พวกเจ้าพูดถูก บางทีข้าอาจไม่มีคุณสมบัติในการเป็นจักรพรรดิที่จะทำให้จงหยวนรุ่งเรืองขึ้นมาได้

ข้าอ่อนแอเกินไป”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน