ภาวะมีลูกยาก ตรวจก่อนวางแผนตั้งครรภ์ – ความต้องการมีลูกมาเติมเต็มให้เป็นครอบครัวให้สมบูรณ์เป็นเรื่องที่หลายคนคาดหวัง แต่อีกหลายครอบครัวกลับประสบกับภาวะมีบุตรยาก

กรณีนี้ นพ.ปภากร มิ่งมิตรพัฒนะกุล แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการเจริญพันธุ์และรักษาผู้มีบุตรยาก ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก ร.พ.กรุงเทพ กล่าวว่า ภาวะการมีบุตรยากหรือภาวะการมีลูกยาก (Infertility) หมายถึง เมื่อคู่สมรสที่มีความสัมพันธ์ทางเพศเป็นปกติเป็นเวลา 12 เดือนขึ้นไป แล้วยังไม่มี การตั้งครรภ์เกิดขึ้น หรือ 6 เดือนขึ้นไป ถ้าฝ่ายหญิงอายุมากกว่า 35 ปี โดยในระหว่างนี้ไม่ใช้การคุมกำเนิดใดๆ บางคนอาจเคยมีลูกมาแล้ว มีความประสงค์อยากจะมีลูกใหม่และได้พยายามอยู่นานเกินกว่า 1 ปีก็ยังไม่สำเร็จกลุ่มนี้ถือว่า มีอาการภาวะมีลูกยากเช่นกัน ต้องพิจารณาตรวจหาสาเหตุและแก้ไขรักษา

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ยากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น รวมถึงโอกาสที่ตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอดลดลงนั้นมาจากคุณภาพของไข่เป็นหลัก เพื่อความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้น ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกในการปฏิสนธิของเซลล์สืบพันธุ์ (ไข่และตัวอสุจิ) ดังนี้

เซลล์ร่างกายประกอบด้วย โครโมโซมทั้งหมด 46 ชิ้น หรือ 23 คู่ การที่ทารกจะลืมตาดูโลกมีจุดเริ่มต้นจากเซลล์สืบพันธุ์จะนำเอาสารพันธุกรรมของพ่อและแม่ไปรวมกันเกิดขึ้นเป็นชีวิตใหม่ขึ้นมา กลไกการแบ่งโครโมโซมจาก 46 ชิ้นในเซลล์ร่างกายปกติไปเป็น 23 ชิ้นในไข่นั้น ไม่ได้สมบูรณ์แบบทุกครั้ง โดยไข่บางใบอาจแบ่งโครโมโซม ได้ 23 ชิ้น หรือ 22 ชิ้น หรือ 24 ชิ้น

ไข่ใบที่มีจำนวนโครโมโซมไม่ปกติ แม้ผสมกับอสุจิที่มีจำนวนโครโมโซมปกติ ตัวอ่อนที่เกิดมาจะมีจำนวนโครโมโซมไม่ปกติ ทำให้ ตัวอ่อนแสดงความผิดปกติในหลายรูปแบบ ได้แก่ ตัวอ่อนหยุดการ แบ่งเซลล์ตั้งแต่ยังไม่ฝังตัว ตัวอ่อนฝังตัวไม่ได้ ตัวอ่อนฝังตัวได้แต่ ไม่สามารถสร้างอวัยวะและเนื้อเยื่อได้ตามปกติหรือท้องลม ตัวอ่อน ฝังตัวได้แต่แท้งในระยะต่อมา หรือตัวอ่อนเติบโตจนคลอดออกมาแต่ มีความผิดปกติทางร่างกายหรือ สติปัญญา

ซึ่งอัตราความคลาดเคลื่อนของโครโมโซมในไข่จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อ ผู้หญิงอายุมากขึ้นในแต่ละปี จึงทำให้ผู้หญิง ที่มีอายุมากตั้งครรภ์ยากพลังงานในเซลล์ไข่จะด้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้การแบ่งเซลล์ของตัวอ่อนมีประสิทธิภาพด้อยลง แบ่งเซลล์ได้ช้า มีโอกาสแท้งบุตรสูงขึ้น และมีโอกาสการคลอดบุตรที่เป็นดาวน์ซินโดรมตามอายุที่มากขึ้น ตัวเลขการตั้งครรภ์จึงลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

การมาพบแพทย์เพื่อเริ่มตรวจหาสาเหตุภาวะมีบุตรยาก แพทย์จะเริ่มซักประวัติเบื้องต้นทั่วๆไป รวมถึงประวัติทางฝ่ายชายที่อาจช่วยบอกถึงคุณภาพของน้ำอสุจิ การซักประวัติเบื้องต้นจะเป็นแนวทางที่ดีในการสืบค้นหาสาเหตุต่อไป การจดหรือจำประจำเดือนประมาณ 3-6 เดือนก่อนพบแพทย์จะช่วยในการตรวจรักษาที่ดีขึ้น

จากนั้นจะเป็นการตรวจเลือดทั่วไป ได้แก่ การตรวจเอดส์ ซิฟิลิส และตับอักเสบบี ซึ่ง โรคเหล่านี้จะมีผลต่อทารกในครรภ์ได้ รวมทั้งอาจตรวจหาพาหะโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ในคู่สมรสที่สงสัยว่าอาจเป็นพาหะการตรวจทั้งหมดนี้แนะนำให้ตรวจพร้อมกันทั้งสามีและภรรยา

นพ.ปภากรกล่าวเพิ่มเติมว่าปัจจุบันมีวิธีที่ช่วยให้สามารถตั้งครรภ์ได้อย่างที่ต้องการมากขึ้น เช่น 1.การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF-In Vitro Fertilization) โดยนำไข่และเชื้ออสุจิที่สมบูรณ์ออกมาผสมด้านนอกหรือในจานแก้วที่มีสารเลี้ยงตัวอ่อนทำให้เกิดการปฏิสนธิจากนั้นจะเกิดตัวอ่อนในระยะที่สมบูรณ์ พร้อมนำกลับไปใส่ในโพรงมดลูกเพื่อฝังตัวและเติบโตในครรภ์ พร้อมที่จะตั้งครรภ์ต่อไป

2.การทำอิ๊กซี่ (ICSI-Intracytoplasmic Sperm Injection) จากปัญหาตัวอสุจิของคุณผู้ชายบางคนมีความผิดปกติจนไม่สามารถเจาะผ่านเปลือกไข่ได้ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาวิธีใช้เข็มเจาะและส่งตัวอสุจิที่ดีที่สุดผ่านเปลือกไข่เข้าไปภายในเนื้อไข่โดยตรงในเวลาต่อมา โดยจะมียาฮอร์โมนช่วยกระตุ้นให้ได้ไข่หลายใบ ซึ่งอสุจิจะว่ายเข้ามาผสมกับเซลล์ไข่ตามธรรมชาติ

สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์รักษา ผู้มีบุตรยาก ร.พ.กรุงเทพ โทร.0-2310-3014-15 Contact Center โทร.1719 หรือ add line ID : @bangkokhospital

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน