เยื่อใย เชื่อม หยางผิง ซือหม่าอี้ (43) – มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนจากคำพูดของหยางซิวให้เป็นคำพูดของซือหม่าอี้ ขณะเดียวกัน ขอให้เข้าใจว่าที่หยางผิงได้ยิน คือ สารที่ซือหม่าอี้ต้องการ จะสื่อ

เมื่อทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้การศึกษาหยางผิง การศึกษาซือหม่าอี้ทวีความเข้มข้น ยิ่งขึ้น

เหตุเพราะความคิดอันมาจากหยางซิวนั้นหลิวเสียไม่เคยได้ยินมาก่อนเขากำลังจะเอ่ยปากถาม ทว่า น้ำเสียงของหยางซิวพลันเปลี่ยนเป็นเฉียบขาด

“เจ้าว่าเหตุใดราชวงศ์ฮั่นจึงอ่อนแอถึงเพียงนี้

เป็นเพราะขุนนางที่ภักดีไร้ความสามารถ หรือเพราะขุนนางที่มีความสามารถไม่ภักดี หรือว่าจักรพรรดิหวนตี้เลอะเลือน หรือว่าจักรพรรดิหลิงตี้อ่อนแอ

ผิดแล้ว คนเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงตัวแทน

ราชวงศ์ฮั่นมีอายุ 100 ปีมาแล้วนับแต่สมัยจักรพรรดิเหอตี้ แต่การกระทำกลับ เหมือนหลี่ว์ปู้ผู้มีฉายายิ่งใหญ่ จักรพรรดิที่ทรงพระเยาว์มีมากมาย พระญาติหลายแขนง

ประกอบกับขันทีและสกุลใหญ่ต่างๆ ก็เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน”

จากนั้นหยางซิวก็สรุปรวบยอด “อำนาจปกครองถูกโยนไปมาระหว่างขั้วอำนาจเหล่านี้ ต่อให้เป็นบ้านที่แข็งแรงเพียงใดก็ทนต่อการต่อสู้แย่งชิงแบบนี้ ไม่ไหว”

คำพูดแบบนี้เมื่ออยู่ใน “ซีรีส์” ย่อมเหมาะกับซือหม่าอี้มากกว่า ไม่ใช่หยางซิวอย่างแน่นอน

มาถึงขั้นนี้หยางซิวเหมือนอาจารย์ในสำนักศึกษาเป็นอย่างมาก เอามือไพล่หลัง ชี้แนะ ตักเตือน ลูกศิษย์ที่มีอยู่เบื้องหน้าเพียงคนเดียวด้วยความหวังดี

“ดังนั้น ตอนนี้เจ้าเข้าใจหรือยัง

สิ่งที่พวกเราต้องการไม่ใช่จักรพรรดิที่เมตตา หากแต่เป็นผู้นำที่หนักแน่น ไม่เปลี่ยนแปลง ปณิธานของเขาต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่าทองคำและเหล็กกล้า

ข้าเดาว่าสตรีโง่พวกนั้นต้องพูดพล่ามกับเจ้าแน่

โดยบอกกับเจ้าว่าต้องเย็นชา อำมหิตบ้างล่ะ ต้องละทิ้งคุณธรรม ศีลธรรมและจรรยาบ้างล่ะ ข้าจะบอกให้คำพูดพวกนั้นล้วนเป็นคำพูดที่เหลวไหล

หากจู่ๆ เจ้าเปลี่ยนไปเป็นเหมือนอดีตจักรพรรดิอย่างกะทันหัน ข้ากลับ จะเป็นห่วง”

ถามว่าทำไมจะต้องเป็นห่วง คำตอบก็คือ “วันนี้เจ้าเปลี่ยนได้ พรุ่งนี้เจ้าก็ย่อมจะเปลี่ยนได้ การเปลี่ยนเต็มไปด้วยความแปรผัน นี่มิใช่สิ่งที่พวกเราต้องการแน่นอน”

หลิวเสียฟังคำพูดยืดยาว ดุเดือดนี้จนงงไปหมดอดย้อนถามไม่ได้ “แล้ว เจ้าต้องการอะไร”

“ผิดอีกแล้ว” หยางซิวสวนกลับอย่างร้อนแรงระดับเดียวกัน “ไม่ใช่ข้าต้องการอะไร หากแต่เป็นเจ้าต่างหากที่ต้องตอบให้ได้ว่าต้องการอะไร”

ถูกต้องแล้วที่ “ซีรีส์” มอบบทเช่นนี้ให้กับซือหม่าอี้

ในเมื่อวางบุคลิกของหยางซิวให้เป็นนักโยนลูกเต๋า เจ้าตัวเองก็หมกมุ่นอยู่กับลูกเต๋า คำพูดอันคมเข้ม เฉียบขาดและเหี้ยมหาญเหล่านี้อาจไม่เหมาะ

ก็บอกแล้วที่ระบุว่าเป็น “หยางซิว”ขอให้เปลี่ยนเป็น “ซือหม่าอี้”

เพราะมีแต่คนอย่างซือหม่าอี้เท่านั้นที่เมื่อพูดออกมาจึงจะได้รับความเชื่อมั่นและวางใจจากหยางผิง เพราะมีแต่ซือหม่าอี้เท่านั้นที่หยางผิงให้ความเชื่อมั่นและวางใจ

วางใจมาแต่เยาว์วัย วางใจกระทั่งแตกเนื้อหนุ่ม

ความสัมพันธ์ระหว่างซือหม่าอี้กับหยางผิงจึงเป็นความสัมพันธ์ที่มีลักษณะในทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะมองจากด้านใดของประวัติศาสตร์

คนในตระกูลหยาง ก็ทำนองเดียวกับคนในตระกูลซือหม่า

นั่นก็คือ ล้วนได้รับผลสะเทือนจากการรุกเข้ามาของตั๋งโต๊ะจากเมืองเสเหลียงเข้ามายังนครลั่วหยาง ไม่เพียงยึดตัวเมือง หากแต่ยังยึดและบงการจักรพรรดิ

ขณะเดียวกันการที่หยางจวิ้นมอบหยางผิงให้ตระกูลซือหม่านับว่ามองการณ์ไกล

ต้องการให้รากฐานของตระกูลซือหม่าดำรงอยู่ในตัวของหยางผิง ทำนองเดียวกับหรือละม้ายเหมือนกับที่ซือหม่าได้รับอย่างครบถ้วน

นี่คือเยื่อใย นี่คือลักษณะอันเป็น “จุดร่วม” ในทางประวัติศาสตร์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน