สุดยอด กลยุทธ์ อี่เทียนหลัว (45) – หลิวเสียสูดหายใจลึกแล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า “ข้าอยู่ต่อได้ แต่ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าเห็นข้าเป็นเพียงหุ่นเชิด แล้วเมื่อทำอะไรก็ปิดบังข้า”

หยางซิวหัวเราะฮ่าฮ่าฮ่า สะบัดข้อมืออย่างผ่อนคลาย

“สตรีโง่พวกนั้นมักจะปกปิด ซุกซ่อนเหมือนกลัวสมบัติที่บ้านจะถูกเปิดเผย อย่างไรก็อย่างนั้น ใจแคบเกินไปแล้ว

บิดาข้าแก่แล้ว หัวสมองใช้การได้ไม่ดีนัก

ข้าเตือนพวกเขาอยู่ตลอดว่า หากจะให้เจ้าแบกรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่เช่นนี้ หากไม่จริงใจย่อมไม่ยุติธรรม การเดิมพัน 2 ฝ่ายย่อมต้องเท่าเทียมจึงจะเรียกว่า การเดิมพัน”

นี่ย่อมสะท้อน “จิตเดิมแท้” ของหยางซิวออกมาอย่างเด่นชัด

ตรงนี้สอดรับกับความเป็นจริงของหยางซิวซึ่งเป็นนักการพนัน ชมชอบการโยนลูกเต๋าอย่างเป็นพิเศษ ตรงนี้ย่อมไม่เหมือนกับซือหม่าอี้เลยแม้แต่น้อย

เว้นแต่จะเป็นซือหม่าอี้ในจินตภาพแบบ “หงสา จอมราชันย์”

กระนั้น การสนทนาระหว่างหยางผิงกับหยางซิวต่อจากนี้กลับสะท้อนตัวตน และความเป็นหยางผิงออกมาอย่างเด่นชัดว่า เนื้อแท้แล้วมีความจริงจังเป็น อย่างสูง

แม้จะถูกสถานการณ์ “กดบีบ” ให้จำเป็นต้องมารับบทหนัก

แต่เนื่องจากกระบวนการเรียนรู้ที่ใกล้ชิดกับกระบวนการเรียนรู้ของซือหม่าอี้ อย่างแนบแน่น จึงมีความจริงจังไม่ว่าจะเข้าไปดำรงอยู่ในจุดใดของสถานการณ์ก็ตาม

นั่นก็คือ คำถามที่ว่า “ข้าอยากรู้เพียงว่า พวกเจ้าจะใช้อะไรในการต่อสู้กับคน แซ่เฉา”

จวบจนตอนนี้หลิวเสียจึงมีโอกาสเอ่ยคำถามในใจออกมาทั้งหมด ก่อนหน้านี้ฝูโซ่วมักจะหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงประเด็นนี้ พยายามบ่ายเบี่ยงว่าถึงเวลาแล้วย่อมรู้เอง

ไม่ว่าจะขบคิดอย่างไรก็ยากจะจินตนาการว่าราชวงศ์ฮั่นจะใช้อะไรไปต่อสู้

เพราะไม่มีทั้งขุนพล ไม่มีทั้งทรัพย์สิน มีแต่สนมชายาที่เป็นม่าย ขุนนางที่ถูกปลดและจักรพรรดิปลอม จะทำลายพันธนาการของเฉาเชาและทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างไร

คำตอบจากหยางซิวน่าล้างหูน้อมรับฟังยิ่ง

เจ้ารู้จัก “อี่เทียนหลัว” หรือไม่ มันเป็นเถาวัลย์ที่เจริญเติบโตอยู่บริเวณ 5 ลำธาร ในเมืองอู่หลิง เกาะพันต้นไม้ใหญ่และเจริญเติบโตไปพร้อมกัน

อาศัยกิ่งก้านจากต้นไม้ใหญ่ เลื้อยขึ้นไป ดูดน้ำและสารอาหารจากต้นไม้ใหญ่ รอจนกระทั่งต้นไม้ใหญ่แห้งเหี่ยวตาย

เถาวัลย์ชนิดนี้จะแผ่กิ่งก้านอยู่บนซากต้นไม้ใหญ่

ราชวงศ์ฮั่นก็คือ “อี่เทียนหลัว” กำลังของตัวเองอ่อนเกินไป มีเพียงอาศัย เจ้าครองแคว้นที่แข็งแกร่งสักคน ลอบอาศัยอยู่กับเขาและเลี้ยงตัวเอง

วางแผนการใหญ่

เถาวัลย์กับต้นไม้ใหญ่เจริญเติบโตมาด้วยกัน รอจนต้นไม้ใหญ่สูงเสียดฟ้า รากของเถาวัลย์ก็เกี่ยวพันกับต้นไม้ใหญ่ รวมต้นรวมเป็นหนึ่งแล้ว

ถึงเวลานั้นต่อให้ต้นไม้ใหญ่คิดจะเอาตัวออกจากเถาวัลย์ก็สายเกินไป

แต่ละถ้อยคำอันมาจากหยางซิวอาจประมวลและเรียกได้ว่าเป็น “ทฤษฎีอี่เทียนหลัว” ไม่แจ่มชัดว่าเป็นการคิดประดิษฐ์โดยหยางซิวเอง หรือว่ามาจากสมองก้อนโตของหยางเปียวผู้บิดา

หากปรับประสานกับบทสรุปแบบไทยๆ ก็คือ “ทฤษฎีกาฝาก”

นั่นก็คือ ฝากการเติบใหญ่ของตนไว้กับต้นไม้ใหญ่ ดื่มกินอาหารผ่านต้นไม้ใหญ่ แทงรากชอนไชไปบนเรือนร่างของต้นไม้ใหญ่

รอคอยกระทั่งไม้ใหญ่ผุพังตายไป

นั่นก็คือ ราชวงศ์ฮั่นซึ่งอ่อนแอและเปราะบาง อาศัย “เจ้าครองแคว้น” ใดเจ้าครองแคว้นหนึ่ง พึ่งพิงและเติบใหญ่ไปพร้อมกับเจ้าครองแคว้นนั้น

ทฤษฎีอี่เทียนหลัวฟังดูแล้วน่าสนใจ แต่หยางผิงสนใจหรือไม่ น่าติดตาม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน