ชูทฤษฎีปลวก สู้อี่เทียนหลัว (48) – ได้ยินหยางผิงกล่าวยอมรับถึงสถานการณ์อันยากลำบากของราชวงศ์ฮั่น ได้ยินหยางผิงอรรถาธิบายถึงรากฐานแห่ง “ทฤษฎีอี่เทียนหลัว” ยาวเหยียด ซือหม่าอี้ลุกขึ้น ใช้มือประคองเสา
นิ้วมือทั้ง 5 เคาะตาไม้อย่างเป็นจังหวะจนบังเกิดเสียงดังกึกๆ ขึ้นมา
“ไม่ว่าจะรัดต้นไม้ใหญ่ไว้แน่นเพียงใด ถึงอย่างไรเถาวัลย์ก็ยังเป็นเถาวัลย์ มิอาจกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ไปได้ มิสู้ทำตัวเป็นปลวก
กัดกินต้นไม้ใหญ่ให้เป็นโพรง จากนั้นใช้ไม้ผุเป็นดิน ปลูกต้นไม้ใหญ่ต้นใหม่ขึ้นมาแทน”
พูดมาถึงตอนนี้สายตาของซือหม่าอี้พลันทอประกายอันตราย สองริมฝีปากบดไปมาคล้ายกำลังเลียนแบบท่าแทะไม้ของปลวกตัวใหญ่
หลิวผิงก้มหน้าใคร่ครวญถึงคำว่า “ต้นไม้ใหญ่ต้นใหม่” อย่างถี่ถ้วน
ซือหม่าอี้ก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว สายตาวาวระยับครั้งนี้คำพูดตรงไปตรงมากว่าเดิม “ราชวงศ์ฮั่นตกต่ำมากแล้ว แม้จะมียาวิเศษก็แค่ประคับประคองให้ชีวิตอยู่รอดต่อไปได้เท่านั้น
เอาแต่วิ่งวนรอบไม้ผุท่อนนี้มิสู้ทิ้งของเดิมก่อตั้งราชวงศ์ใหม่”
พลันที่ซือหม่าอี้เอ่ยถึง “มิสู้ทิ้งของเดิม ก่อตั้งราชวงศ์ใหม่”ก็เกิดเสียงดังปับขึ้นมา เนื่องจากมือของหลิวผิงชนเข้ากับแท่งฝนหมึกจนล้มคว่ำ
น้ำหมึกหลายหยดกระเซ็นลงไปบนเสื้อไผ่ที่อยู่ใต้ขาโต๊ะ
ย่อมเป็นเรื่องน่าตระหนก ยิ่งหากมองจากด้านของหลิวผิง มองจากด้านของ หยางผิง เพราะเท่ากับเป็นการโน้มน้าวจักรพรรดิพระองค์หนึ่งให้ตั้งราชวงศ์ใหม่
ช่างเป็นคำพูดที่ขัดต่อทำนองคลองธรรม
นับว่าเฉียบคมจนมิอาจเผชิญหน้าได้ตรงๆ ที่ทำได้ในตอนนั้นสำหรับหลิวผิงก็ได้แต่ห่อคอเอ่ยออกมาด้วยอาการอึกอักกระอักกระอ่วน
“แต่ข้าเป็นโอรสสวรรค์ของต้าฮั่น”
เป็นไปได้ว่าซือหม่าอี้มิได้มองว่าหลิวผิงมีความผูกพันอะไรกับหลิวเสียแม้จะได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายก็ตาม เป็นไปได้ว่าซือหม่าอี้ยังคงมองเห็นหลิวผิงว่าเป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่ง
จริงเท็จอย่างไรต้องดูคำอธิบายอันตามมา
แทนที่จะอึกอักหรือกระอักกระอ่วน ตรงกันข้าม ซือหม่าอี้มีความเชื่อมั่นใน “ทฤษฎีปลวก” ของตนอย่างเหนียวแน่นและมั่นคง ไม่มีความเชื่อมั่นแม้แต่น้อยต่อ “ทฤษฎีอี่เทียนหลัว”
จึงไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะสวนกลับไป
“โอรสสวรรค์ของต้าฮั่นแล้วอย่างไร กวงอู่จักรพรรดิก็เป็นทายาทของราชวงศ์ฮั่น ขึ้นชื่อว่าสืบทอดอำนาจจากราชวงศ์ฮั่น
แต่ใครๆ ต่างก็รู้ว่าฮั่นนี้กับฮั่นนั้นหาใช่สิ่งเดียวกันไม่
พระองค์มิใช่ผู้ปกครองที่ฟื้นฟูความรุ่งเรือง หากแต่เป็นกษัตริย์ที่ก่อตั้งบ้านเมืองใหม่ ในเมื่อกวงอู่สามารถทำได้ แล้วทำไมเจ้าจะทำไม่ได้”
ความคิดอ่านของซือหม่าอี้เหนือความคาดหมายอยู่แล้ว
ทว่า ข้อเสนอให้ “ทิ้งของเดิม และเริ่มต้นใหม่ ก่อตั้งราชวงศ์ใหม่” อันมาจากปากของซือหม่าอี้ครั้งนี้ก่อให้เกิดความตื่นตะลึงอย่างมิอาจปฏิเสธได้
หลิวผิงจำต้องหยุดพู่กัน ฝืนกลืนน้ำลายลงไป
หากมองจาก Ma Bo Yong การนำเสนอ “ทฤษฎีปลวก” เพื่อหักล้าง “ทฤษฎีอี่เทียนหลัว”ของซือหม่าอี้ดำเนินไปตามสภาพความเป็นจริงของซือหม่าอี้
คนอย่างซือหม่าอี้ย่อมไม่ปรารถนาจะเป็นเหมือน “เถาวัลย์”เกาะไม้
นี่เป็นสิ่งที่เฉาเชามองออก อ่านทะลุ ด้านหนึ่ง จึงแม้จะเชื่อมั่นในความเฉลียวฉลาดของซือหม่าอี้ แต่อีกด้านหนึ่งก็มากด้วยความหวาดระแวง กังขา
เตือนให้โจผีลูกของตนระมัดระวังเป็นอย่างสูง
กระนั้น ในเมื่อรากฐานของตระกูลซือหม่า คือรากฐานของบัณฑิต ที่เข้าไปอยู่ในฐานะผู้บริหารทั้งในด้านการปกครอง ทั้งในด้านการทหาร
การนำเสนอ “ทฤษฎีปลวก” หักล้าง “ทฤษฎีอี่เทียนหลัว” จึงมากด้วยความแหลมคม