วิถีแห่งปลวก รากฐานความคิด(49) – คล้ายกับว่า “ทฤษฎีปลวก” อันซือหม่าอี้ยืนยันเพื่อต่อกรกับ “ทฤษฎีอี่เทียนหลัว”ซึ่งนำเสนอโดยหยางซิวและหยางผิงนำมาต่อยอด จะปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกใน “ความลับแห่งสามก๊ก”
ทั้งๆที่แท้จริงแล้วนี่เป็น “ทฤษฎี”อันจำหลักหนักแน่นในใจของ Ma Bo Yong
เห็นได้จากการนำเสนออย่างเอาการเอางานผ่านยุทธนิยายเรื่อง “ฉางอันสิบสองชั่วยาม” อันแปลโดย “ซินโป-หย่งซุน”
สำแดงรูปธรรมผ่านการยึดครองสำนัก “จิ้งอันซือ”โดยพวกที่เรียกตนเองว่า “ปลวก”
รากฐานของ “ปลวก”ค่อยๆได้รับการอธิบาย เมื่อหลี่ปี้เอ่ยถามขึ้นในตอนหนึ่งว่า “ผู้บงการเบื้องหลังของพวกเจ้าคือใคร”
หลงปัวใช้เล็บมือแคะเศษใบสะระแหน่ในร่องฟันออกมา ดีดลงพื้น
จากนั้น แทนที่จะตอบกลับย้อนถามคืนว่า “ผู้บัญชาการ เหตุใดจึงรู้สึกว่าเบื้องหลังของพวกข้าจำเป็นต้องมีคนมีอำนาจ”
นั่นก็เนื่องจากคำว่า “ปลวก” มิได้สะท้อนถึง “อำนาจ” อย่างเพียงพอ
ทุกอย่างเป็นไปตามความคาดหมายเพราะคำตอบของผู้บัญชาการเจ้าของนามหลี่ปี้คือ “องค์กรขนาดใหญ่เช่นนี้ ใช้วิธีการเช่นนี้ มิใช่คนธรรมดาสามัญสามารถกระทำได้”
นั่นเพราะการยึดสำนักบัญชาการ “จิ้งอันสือ” ย่อมเป็น “งานใหญ่”
หลงปัวคล้ายยิ้มคล้ายบึ้ง “ผู้บัญชาการเป็นผู้สูงศักดิ์เหนือล้ำผู้อื่น ชาติกำเนิดตระกูลสูงส่ง แม้พ่ายแพ้ก็ขอยอมพ่ายต่อศัตรูผู้มีฐานะเสมอกัน คนต่ำต้อยตระกูลยากจนไร้ชื่อเสียงพวกข้าไม่คู่ควรชนะท่าน
ข้ากล่าวถูกต้องกระมัง”
หลี่ปี้ไม่ตอบ มันรู้สึกว่าปัญหานี้โง่เขลายิ่งนักไม่จำเป็นต้องตอบ หลงปัวกลับกล่าวสืบต่อ “นี่ยากตำหนิผู้บัญชาการ ระหว่างเดินทางย่อมระวังป้องกันหมีเสือ
จะมีผู้ใดก้มหัวสนใจแมลงตัวเล็กเล่า”
มันพลันกระทืบเท้า เมื่อยกเท้าออกบนพื้นศิลาลวดลายปรากฏซากมดแบนราบหลายตัว”พวกมันเป็นหรือตายขึ้นอยู่กับผู้สูงศักดิ์คิดเหยียบย่ำหรือไม่ ยังจะมีสิ่งใดให้กังวล”
เหมือนกับจะเป็น “คำตอบ” เหมือนกับว่าจะเป็นการ “อธิบาย”
ได้ยินได้ฟังอย่างนั้น สีหน้าของผู้บัญชาการหลี่ปี้ยังคงเรียบเฉย คิดค้นหาแรงจูงใจของอีกฝ่ายจากวาจาอันเปี่ยมด้วยความเคียดแค้นซ่อนปมนี้
เห็นอากัปอาการอย่างนั้นหลงปัวโบกมือ
“แต่มิใช่มดแมลงทั้งหมดจะมีชะตากรรมถูกรองเท้าเหยียบย่ำจนตายเสมอไป ในหมู่มดแมลงมีสัตว์ชนิดหนึ่งเรียกว่า “ปลวก”
เกิดมาสีขาวบริสุทธิ์ ขนาดเท่าเมล็ดข้าว
ตัวเล็กจนน่าเวทนา ทว่า พวกมันมีปากทรงพลังดุจเหล็กกล้า กัดแทะไม้เป็นอาหาร ชื่นชอบเจาะจันทัน ขุดเสา กินผนัง แทะคานเป็นพิเศษ ต่อให้เห็นหอสูงร้อยจั้งหรือเขื่อนยาวพันลี้
ล้วนถูกสัตว์เล็กจ้อยนี้กัดแทะทลายสิ้น”
ราวกับจะยืนยันวาจาของมัน ปลวกน้อยสีขาวงอกปีกแล้วหลายตัว บินออกจากช่องแตกของตัวตึก บินไล่ตามกันไปกลางอากาศ
ฤดูใบไม้ผลิมาถึงแล้ว เป็นฤดูปลวกผสมพันธุ์”
ไม่ว่ายุทธนิยายเรื่อง “ฉางอันสิบสองชั่วยาม” ไม่ว่ายุทธนิยายเรื่อง “ความลับแห่งสามก๊ก” สะท้อนตัวตนและความคิดของ Ma Bo Yong ออกมาอย่างแจ่มชัด
ผ่านการขยายของซือหม่าอี้ ผ่านการขยายของหลงปัว
จะต่างก็เพียงแต่เมื่อเป็นหลงปัวอธิบาย “ทฤษฎีปลวก” ดำเนินไปเหมือนกับเป็นปฏิบัติการก่อการร้าย ขณะที่เมื่อเป็นซือหม่าอี้ย่อมเป็นวิถีแห่งอำนาจ
มิได้ต้องการพึ่งพิง หากแต่เหมือนกับพึ่งพิงแต่เป้าหมายคือทำลาย
กระนั้น เมื่อคำนึงถึงยุทธศาสตร์ เมื่อคำนึงถึงเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นหลงปัว ไม่ว่าจะเป็นซือหม่าอี้มีจุดร่วมตรงกันและมิอาจเป็นอื่น
นั่นก็คือ ต้องการชัยชนะ