หน้ากาล – รูปวาด รูป ปูนปั้นหรือลวดลายแกะสลัก ที่ปรากฏบนประตูหรือทางเข้าวัดหรือ เทวาลัย มีใบหน้าเป็นอสูรผสมสิงห์ เรียกว่าหน้ากาล

เรื่องราวของหน้ากาล หรือเกียรติมุข เป็นเรื่องราวที่มาจากศาสนาฮินดูหรือกลุ่มไศวนิกาย ซึ่งหลากหลายและสลับซับซ้อน สนุกสนานแทรกคติแห่งความเชื่อไว้หลายระดับ

การที่หน้ากาลหรือเกียรติมุขที่ปรากฏในพุทธศาสนา เป็นความพยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของความเชื่อของคติให้เข้ากันระหว่างพุทธศาสนากับไศวนิกาย

ขณะเดียวกันหน้ากาลหรือเกียรติมุขนี้มิได้มีอยู่ในเฉพาะ พุทธศาสนาที่ผสมกลมกลืนไปกับไศวนิกายเท่านั้น หากแต่ ความเชื่อหรือคติของหน้ากาลนี้ปรากฏขึ้นในเอเชีย จีน หรือ ทิเบต ในภาชนะสำริด ซึ่งมีอายุประเมินได้ก่อนพุทธกาลถึง 850 ปี

สำหรับประเทศไทย หน้ากาลหรือเกียรติมุขนี้ปรากฏในสมัยศิลปะที่เรียกว่า ศรีวิชัยหรือทวารวดีในพุทธศาสนาฝ่ายมหานิกายและพัฒนาไปร่วมกับฝ่ายเถรวาทในเขตสุโขทัยหรือเชียงแสนมาประมาณ 1,200 ปี ล่วงมาแล้ว

คติของทางไศวนิกายที่ตำนานหรือคัมภีร์มีเรื่องของหน้ากาลหรือเกียรติมุขนั้น การมีหน้ากาลหรือเกียรติมุขไว้ที่ปากทางเข้าศาสนสถานในฐานะเป็นอสูรผู้พิทักษ์สถานที่ ในฐานะของใบหน้าอันมีเกียรติ หรือหน้าที่อันมีเกียรติ (ก็คงคล้ายกับ RECEPTION โรงแรมระดับ 4 ดาวหรือ 5 ดาว) หรือในฐานะอสูรผู้พิทักษ์สถานที่มีหน้าที่ปกป้อง คุ้มครอง รักษาไม่ให้สิ่งชั่วร้ายทั้งปวงสามารถย่างกรายเข้ามาในสถานที่นั้นได้

ส่วนคติทางพุทธศาสนาก็กลมกลืนไปกับความเชื่อแบบหนึ่งของไศวนิกายก็คือ เป็นสัญลักษณ์ของเวลา ที่มีความหมายว่า เวลาย่อมกินกลืนสรรพสิ่งทั้งปวง (เพราะหน้ากาลหรือเกียรติมุขนั้นในตำนานหรือคัมภีร์โบราณกล่าวว่า หน้ากาลนั้นกลืนกินทุกอย่างแม้แต่ตนเองจนเหลือแต่ใบหน้า)

หมายเหตุ : หน้ากาลหรือเกียรติมุขจะแตกต่างจากพระกาฬหรือพระกาฬไชยศรี ซึ่งจะบรรยายในตอนต่อไป

ชวพงศ์ ชำนิประศาสน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน