เตือนภัย‘สโตรก’ สงสัยให้รีบพบแพทย์ – นพ.ภัทรวุฒิ เรืองวานิช อายุรแพทย์ประสาทวิทยา อนุสาขาโรคหลอดเลือดสมอง คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลหัวเฉียวกล่าวว่า โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นโรคที่เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง โดยอาจเกิดจากภาวะขาดเลือดหรือเลือดออกอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ป่วยจะมีอาการชาหรืออ่อนแรงบริเวณใบหน้า แขน ขาซีกใดซีกหนึ่ง มีอาการเดินเซ สูญเสียการทรงตัว มีการมองเห็นที่ผิดปกติ เช่น เห็นภาพซ้อน มีการใช้ภาษาผิดปกติ การพูดไม่ชัด การพูดจาสับสน นพ.ภัทรวุฒิกล่าวต่อว่า โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคที่เกี่ยวกับหัวใจบางประเภท เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือโรคที่เกี่ยวกับลิ้นหัวใจผิดปกติ นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอีกด้วย

สำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคนั้น ผู้ป่วยควรเข้าพบแพทย์ผู้ชำนาญการที่โรงพยาบาล โดยแพทย์ต้องซักประวัติและตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียด รวมถึงการตรวจพิเศษ เช่น การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งการรักษาโรคหลอดเลือดสมองขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดโรคซึ่งจะมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน

กรณีที่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากภาวะสมองขาดเลือดที่มาโรงพยาบาลภายใน 4.5 – 6 ชั่วโมง และมีข้อบ่งชี้อย่างชัดเจน แพทย์จะรักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดทางหลอด เลือดดำเพื่อเปิดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหรือใช้สายสวนบริเวณขาหนีบเพื่อไปลากลิ่มเลือดที่ไปอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ส่วนกรณีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจาก เลือดออกการรักษาคือการควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยใช้ยาลดความดันทางหลอดเลือดดำ รวมทั้งพิจารณาการผ่าตัดเพื่อลดความดันในกะโหลกศีรษะหากมีข้อบ่งชี้ ซึ่งการรักษาโรคหลอดเลือดสมองขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการเกิดโรค ดังนั้นหากพบอาการสงสัยโรคหลอดเลือดสมองควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน