แอพฯ ผู้ป่วยกายภาพบำบัด – วันที่ 27 พฤศจิกายนของทุกปี กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้เป็น “วันสาธารณสุขแห่งชาติ” เพื่อการรณรงค์ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสาธารณสุขแก่ประชาชน

นอกจากบทบาทสำคัญการดูแลสุขภาพประชาชนทางด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน การรักษาโรค และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ตาม พ.ร.บ.วิชากายภาพ บำบัด พ.ศ.2547 แล้ว นักกายภาพบำบัดคือ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเคลื่อนไหวและใช้ การรักษาตามหลักฟิสิกส์ จากความเป็นเลิศทางด้านการเรียนการสอนและการวิจัยด้านกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัดของคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ส่งผลให้ศูนย์กายภาพบำบัดได้รับการรับรองจากสภากายภาพบำบัด กระทรวงสาธารณสุขในระดับดีเยี่ยม และได้เป็น Hub ฝึกปฏิบัติงานและดูงานทางคลินิกของนักศึกษากายภาพบำบัดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รศ.ดร.กภ.จารุกูล ตรีไตรลักษณะ คณบดีคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล มีพันธกิจหลักในการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการสุขภาพ เป็นเวลาเกือบ 20 ปีที่คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล โดยจัดตั้งศูนย์กายภาพบำบัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการฝึกปฏิบัติทางคลินิกของนักศึกษา และเพื่อให้บริการประชาชน รวมทั้งเป็น แหล่งบูรณาการพันธกิจการศึกษา วิจัยและบริการสุขภาพ โดยปัจจุบันศูนย์กายภาพบำบัดของคณะ มีจำนวนผู้ป่วยเข้ารับบริการทั้งที่ศาลายา และปิ่นเกล้า ประมาณ 150,000 รายต่อปี แม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ที่ทางคณะมีความจำเป็นต้องหยุดบริการชั่วคราวตามมาตรการรักษาระยะห่าง (Social Distancing) แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้ริเริ่มให้มีระบบ “โทรเวชกรรม” (Teleconsultation) หรือการให้คำปรึกษาและให้บริการทางกายภาพบำบัดทางไกลสำหรับผู้ป่วยที่ต้อง เข้ารับการบำบัดอย่างต่อเนื่อง ให้สามารถฝึกทำกายภาพบำบัดได้ด้วยตัวเองที่บ้าน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุขที่ส่งเสริมให้ประชาชนได้หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเอง ตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อการมีสุขภาพดีที่ยั่งยืน

ศูนย์กายภาพบำบัดทั้ง 2 แห่งของคณะกายภาพบำบัด พร้อมให้บริการประชาชนแบบ Direct Access ที่ผู้ป่วยเดินเข้ามารับบริการได้โดยตรงอย่างครบวงจร ทั้งในส่วนของกายภาพบำบัด (Physical Therapy) และกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy) มีผู้เชี่ยวชาญทางการบำบัด หรือ Therapist ได้รับการรับรองจากสภาวิชาชีพ โดยนักกายภาพบำบัด ใช้คำนำหน้า “ก.ภ.” และนักกิจกรรมบำบัด ใช้คำนำหน้า “ก.บ.”

ยุทธศาสตร์การบริหารคณะกายภาพบำบัดมหาวิทยาลัยมหิดล คือ การยกระดับวิชาชีพของนักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด ให้เข้ามาตรฐานสากล ซึ่งตลอดเวลา 5 ปีที่ผ่านมา คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นพันธมิตรทางด้านการแลกเปลี่ยนวิชาการ นักศึกษา และบุคลากรกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) หรือ NTU ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยระดับ World Class การันตีได้ถึงความพร้อมในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติได้เป็นอย่างดี

เมื่อเร็วๆ นี้ เปิดคลินิกเฉพาะทางกระตุ้นสมองผ่านกะโหลกศีรษะ (TMS) ร่วมกับกายภาพบำบัดเฉพาะทาง และต่อไปจะเปิด “คลินิกวอยต้า” (Vojta) อย่างเป็นทางการ เป็นการบำบัดด้วยเทคนิค “Vojta Reflex Model” พัฒนาโดย นายแพทย์วาคลาฟ วอยต้า (Dr.Vaclav Vojta, MD.) ชาวเช็ก (Czech) เชื่อว่าจะช่วยบำบัดผู้ป่วย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ด้วยการกดจุดเฉพาะที่ ขณะที่ศูนย์กายภาพบำบัดของคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล มีผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดด้วยเทคนิควอยต้าซึ่งได้รับใบอนุญาต Vojta Certified Therapist จากศูนย์ วอยต้าแห่งประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มากที่สุดในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตปกติใหม่ (New Normal) ก้าวต่อไป คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล จะร่วมกับสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) ยังพัฒนาแอพพลิเคชั่น ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อประโยชน์สำหรับประชาชน ในการรักษา ตรวจประเมิน และติดตามผู้ป่วยทางกายภาพบำบัดแบบ One Stop Service ผ่านระบบออนไลน์ ตามโครงการ “Digital Convergence University” หรือ DCU ซึ่งเป็นโครงการของมหาวิทยาลัยมหิดลที่ได้รับ การสนับสนุนจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สู่การเป็น SMART UNIVERSITY และจะมีจดสิทธิบัตรต่อไป

นอกจากนี้ ทางศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ยังจัดอบรมความรู้สู่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมบทความ และคลิปให้ความรู้เกี่ยวกับกายภาพบำบัดด้วยตัวเองสำหรับประชาชน ติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://www.pt. mahidol.ac.th/ptcenter/ และ FB : PTMUcenter

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน