ยาแรง เพลิงร้อน โลหิตสด(55) – วิถีแห่งขบวนการปลวกเริ่มมีความแจ่มชัดมากยิ่งขึ้นเมื่อจางเสี่ยวจิ้ง “แสร้ง” ร่วมมือกับเซียวกุยกระทั่งสามารถคร่ากุมตัวจักรพรรดิมาอยู่ในกำมือ
“พวกเจ้าที่แท้จริงเป็นผู้ใดกัน” เป็นคำถามจากจักรพรรดิ
ภายใต้แสงไฟสาดส่องเซียวกุหลับตาอย่างพึงพอใจยิ่ง ราวกับกำลังดื่มด่ำกับสุนทรียะในเวลานี้ มันชูนิ้วจิ้มลงบนหน้าผากตนเอง “พวกเราคืออดีตทหารกองกำลังรักษาเขตแดน กองแปดแห่งแดนประจิม
หากความทรงจำของพระองค์ไม่เลอะเลือนเมื่อ 9 ปีก่อนยังเคยพระราชทานรางวัลแก่พวกเรา”
แววตาของจักรพรรดิค่อนข้างเลื่อนลอย ชัดเจนว่าทรงจำไม่ได้แล้ว เซียวกุยเอ่ยต่อไป “9 ปีก่อนซูลู่ข่านรุกรานโจมตีเมืองปัวฮ่วน กองแปดยืนหยัดรักษาป้อมสัญญาณควัน 20 กว่าวัน
สุดท้ายเหลือผู้รอดชีวิตเพียง 3 คน
วันนี้ 2 ใน 3 ยืนอยู่ที่นี่แล้ว พระองค์มีพระราชกรณียกิจนับหมื่นเรื่อง เรื่องเล็กน้อยนี้ย่อมมิทรงจดจำใส่พระทัย”
คําถามจากจักรพรรดิกับคำตอบอันมาจากเซียวกุยสำคัญ
แม้จะประสบกับสภาพอันเหนือความคาดหมาย สีพระพักตร์ของจักรพรรดิยังคงเรียบเฉยเมื่อตั้งคำถามขึ้นมา “พวกเจ้าตำหนิโทษเราที่กระหายสงครามหรือ หรือว่าให้รางวัลไม่ยุติธรรม”
“มิได้ มิได้” เซียวกุยตอบพร้อมกับส่ายนิ้ว
“พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เข้าร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ การป้องกันบ้านเมืองเป็นหน้าที่ของเรา รางวัลที่ได้รับจากราชสำนักพวกเราก็พึงพอใจอย่างยิ่ง
วันนี้มาที่นี่ไม่ใช่เพื่อเรื่องอดีตพวกนั้นหากแต่มาเพื่อยกพลท้วงติง
“ยกพลท้วงติงหรือ” พระขนงของจักรพรรดิเคลื่อนน้อยๆ ด้วยความฉงน คิดแย้ม พระสรวล ใต้หล้าไฉนจึงมีการยกพลท้วงติงเยี่ยงนี้
คำอธิบายจากเซียวกุยยิ่งจำเป็นต้องล้างหูน้อมรับฟัง
“พระองค์เป็นมังกร พวกข้าเป็นเพียงปลวกต่ำต้อย แต่บางครั้งปลวกยังเข้าใจความกล้าแข็งอ่อนแอภายในวังชัดเจนมากกว่ามังกรเสียอีก”
จากนั้น มันผายมือไปยัง “ปลวก” ผู้หนึ่ง
คนผู้นี้นามอู่กุยอี ชาวเหอเจียน บ้านเกิดมันประสบภัยแล้งต่อเนื่องนานปี อีกทั้งภาษีค่าเช่าที่ไม่ลด บุตรภรรยากระจัดกระจายพลัดพราก
มันปลดประจำการกลับบ้านเกิดกลับถูกใส่ร้ายกลายเป็นนักโทษหลบหนี
(จากนั้นชี้ไปทางปลวกอีกผู้หนึ่ง) มันนามว่าม่อวาเอ๋อร์ เป็นชาวหูในเมืองจินเฉิง กู้เงินเลี้ยงอูฐพันธุ์ดี ผลสุดท้ายกลับถูกขุนนางเจ้าหน้าที่เอาไปกว่าครึ่ง
กู้เงินขาดทุน ได้แต่ใช้ตัวเองเป็นประกัน อดอยากเกือบผอมตาย
ยังมีสั่วฝาอุยผู้นี้ด้วย มันเป็นคนอำเภอเหอหนาน มันยังเกี่ยวข้องกับเทศกาลโคมซั่งหยวนอยู่บ้าง ฝ่าบาทพระองค์โปรดทอดพระเนตรความรื่นเริงในงานโคมไฟ
ดังนั้น แต่ละอำเภอ แต่ละเมืองแข่งขันใช้เงินมากมาย
บ่มเพาะคณะนักแสดงมาแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งชนะเลิศป้ายไผ่แดงยอดโดม ขบวนรถประชันโคมที่เข้ามานครหลวง เบื้องหลังของขบวนรถคือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากชาวบ้านร้านถิ่น
สั่วฝ่าฮุยถูกเกณฑ์แรงงาน เหน็ดเหนื่อยทุกข์ยาก สูญเสียเงินทองแทบ ล้มละลาย
ปลวกทุกผู้คนบนหอนี้ล้วนแล้วแต่เป็นอดีตทหารในกองทัพ เบื้องหลังทุกคนล้วนมีเรื่องราว เรื่องราวแม้เล็กกระจ้อย ไม่อยู่ในสายตาของขุนนางผู้ใหญ่ทั้งหลาย
แต่ล้วนเป็นชีวิตจริง
เคราะห์กรรมประดานี้ที่เกิดกับราษฎรเกรงว่ายังมีอีกมากมายยิ่งกว่ารูเล็กรูน้อยที่ปลวกแต่ละตัวกัดแทะออกมาล้วนปรากฏชัดเจนบนเสาบนคานของต้าถัง
เฉากุ้ยว่าไว้อย่างไรนะ “ผู้กินเนื้อหยาบช้า มิอาจคำนึงการใหญ่”
ฝ่าบาท ต้าถังเราป่วยไข้ ภายนอกแม้ดูรุ่งโรจน์ชัชวาลทว่ารากกลับเน่าอยู่ เน่าไม่เหลือชิ้นดี ถูกกัดแทะจนกลวงแล้วย่อมถล่มทลายเหมือนกับหอฉินเจิ้งอู้เปิ่นนี้
จำเป็นต้องใช้ยาฤทธิ์แรงประกอบด้วยเพลิงร้อนแรงกับโลหิตสดปลุกคนให้ตื่นจากหลับใหล
เสถียร จันทิมาธร