ธนาคารแห่งประเทศไทย ยอมรับทุ่มเงินแสนล้านเหรียญสหรัฐแทรกแซงค่าเงินในรอบ 5 ปี เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงิน เพื่อหนุนภาคการส่งออก รวมทั้งช่วยประคองวิกฤตเศรษฐกิจจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ ยอมรับเป็นห่วงภาคการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้น
นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณามาตรการที่เหมาะสมในการเข้าไปดูแลสถานการณ์ค่าเงินบาท ซึ่งจะต้องเป็นมาตรการที่ดูในภาพรวม โดยไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อดูแลเงินบาทที่แข็งค่าเร็วเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะกำหนดมาตรการดังกล่าวจะออกมาใช้เมื่อไหร่
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับในเรื่องของเงินบาทที่แข็งค่าเร็วเกินไป เพราะหากสถานการณ์เป็นปกติ การแข็งค่าของเงินบาทจะไม่ได้ส่งผลต่อภาคการส่งออก แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันมีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในภาคส่งออกที่สายป่านสั้น ก็จะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็ว ซึ่งก็จะส่งผลต่อคุณภาพสินเชื่อในระยะต่อไปอีกด้วย
“เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเร็วในช่วงที่ผ่านมา มาจากข่าวเรื่องของการผลิตวัคซีนโควิด-19 ทำให้หลายฝ่ายต่างคาดหวังว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้น และดุลบัญชีเดินสะพัดจะเกินดุล แต่ที่น่าห่วงก็คือ วัคซีนโควิด-19 ไม่ได้เป็นตัวแก้ปัญหาจนกว่าจะมีการผลิตและสามารถนำมาใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม เงินบาทที่แข็งค่าในขณะนี้เป็นผลมาจากข่าวเรื่องของการผลิตวัคซีนโควิด-19 ส่วนนักท่องเที่ยวนั้นยังไม่มีการเดินทางมาเลย จึงเป็นเรื่องที่ยังน่าเป็นห่วง” นายเศรษฐพุฒิกล่าว
นายเศรษฐพุฒิกล่าวต่ออีกว่า ธปท. เข้าใจความลำบากและความกังวลของประชาชน รวมทั้งภาคธุรกิจที่มีต่อสถานการณ์ค่าเงินบาท โดยยืนยันว่า ธปท. ไม่ได้นิ่งนอนใจ บางช่วงที่เห็นค่าเงินบาทแข็งค่า แต่เหมือน ธปท. ไม่ได้ทำอะไรนั้น ไม่ได้ชี้แจง หรือแถลง ไม่ได้หมายความว่า ธปท. ไม่ได้ทำอะไร
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธปท.ได้ออกมาดูแลใน 2 เรื่อง คือ 1. การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 0.50% ต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ และ 2. การเข้าไปแทรกแซงอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนได้จากปริมาณทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพราะธปท. ได้เข้าไปซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่อยากทำ เพราะเมื่อตีมูลค่าแล้ว ทำให้ ธปท. ขาดทุนในปริมาณดังกล่าว