จากอี่เทียนหลัว ถึงทฤษฎีปลวก(56) – การหยิบยกเอา “ทฤษฎีปลวก” ซึ่ง Ma Bo Yong เสนออย่างละเอียดผ่านยุทธนิยายเรื่อง “ฉางอันสิบ สองชั่วยาม” จากหวังปัว เซียวกุย ผ่านถ้อยคำของซือหม่าอี้ใน “ความลับแห่งสามก๊ก”
สามารถเข้าใจได้
ไม่ว่าจะรัดต้นไม้ใหญ่ไว้แน่นเพียงใด ถึงอย่างไรเถาวัลย์ก็ยังเป็นเถาวัลย์ มิอาจกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ไปได้ มิสู้ทำตัวเป็นปลวกกัดกินต้นไม้ใหญ่ให้เป็นโพรง
จากนั้น ใช้ไม้ผุเป็นดิน ปลูกต้นไม้ใหญ่ต้นใหม่ขึ้นมาแทน
ราชวงศ์ฮั่นตกต่ำมากแล้ว แม้จะมียาวิเศษก็แค่ประคับประคองให้ชีวิตอยู่รอดต่อไปได้เท่านั้น เอาแต่วิ่งวนรอบไม้ผุท่อนนี้
มิสู้ทิ้งของเดิม ก่อตั้งราชวงศ์ใหม่
แต่ละถ้อยคำเด่นชัดอย่างยิ่งว่า ความมุ่งหมายของซือหม่าอี้เชื่อมั่นว่า “ทฤษฎีปลวก” น่าจะมีพลานุภาพเหนือกว่า “ทฤษฎีอี่เทียนหลัว” อันเสนอมาโดยหยางซิว
เพราะอย่างหนึ่งเกาะเกี่ยวเพื่อแอบอิง แต่อีกอย่างหนึ่งเกาะเกี่ยวและทำลาย
การนำเสนอของซือหม่าอี้แทบไม่แตกต่างไปจากบทสรุปของโลซกเมื่อวิเคราะห์สถานการณ์เหนือยี่ภู่ให้ซุนกวนรับฟัง แทบไม่แตกต่างไปจากบทสรุปของจูกัดเหลียงเมื่อวิเคราะห์สถานการณ์ให้เล่าปี่ฟัง
เพียงแต่โลซกวิเคราะห์ให้ซุนกวนเมื่อปี 200
เพียงแต่จูกัดเหลียงวิเคราะห์ให้เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย เมื่อเดินทางมาเยือน กระท่อม ณ เขาโง่ลังกั๋ง ในเกงจิ๋วเมื่อปี 208
ขณะที่ซือหม่าอี้นำวิเคราะห์และประเมินประมาณปี 201
บทสรุปไม่ว่าโลซกแห่งง่อก๊ก ไม่ว่าซือหม่าอี้แห่งวุยก๊ก ไม่ว่าจูกัดเหลียงแห่งจกก๊ก มีความเห็นร่วมกันต่อสภาพความเป็นจริงของราชวงศ์ฮั่น
นั่นก็คือ อยู่ในสถานะร่อแร่ ไม่มีอนาคต
ซือหม่าอี้จึงมีความโน้มเอนไปทางโจโฉแต่ยังไม่กำหนดการตัดสินใจ โลซกยอมรับคำเชิญของซุนกวนเดินทางเข้าตำหนักของซุนกวน
จูกัดเหลียงตัดสินใจเลือกเป็นที่ปรึกษาให้กับเล่าปี่
เป็นความจริงที่ “ทฤษฎีปลวก” ต้องแอบแนบชิดอยู่กับความเติบใหญ่ของโจโฉ อิงอาศัยอยู่กับความสำเร็จของโจโฉอย่างเป็นด้านหลัก
นี่ย่อมขัดกับความเชื่อมั่นของซือหม่าอี้
กระนั้น กล่าวสำหรับการวางรากฐาน “ทฤษฎีปลวก” ของ Ma bo Yong ในยุทธนิยายเรื่อง “ฉางอันสิบสองชั่วยาม” ยังอยู่ในระดับการก่อการร้าย
ดำเนินการผ่านโครงสร้างของ “สงครามจรยุทธ์”
เป้าหมายเฉพาะหน้าเพื่อแสดงให้บรรดาชนชั้นปกครองในราชสำนักเห็นบทบาทและความหมายของบรรดา “มด ปลวก” ทั้งหลายว่าสามารถสร้างผลสะเทือนได้
แต่เมื่อมาอยู่ใน “ความลับแห่งสามก๊ก” ก็มีการพัฒนา
พัฒนาจากสงครามจรยุทธ์ มุ่งเป้าเพื่อก่อการทางการทหาร ไปสู่การก่อการเพื่อแย่งยึดอำนาจรัฐมาเป็นของตนเอง จึงมีความจริงจังหนักแน่นมากกว่า
หนักแน่นถึงขั้นโค่นราชวงศ์เก่า ก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ขึ้นแทนที่
ไม่ว่าจะนำเสนอผ่าน “ทฤษฎีอี่เทียนหลัว” ในยุคฮั่น ไม่ว่าจะนำเสนอผ่าน “ทฤษฎีปลวก” ในยุคฮั่นก็ดำเนินไปอย่างมีความจำกัดในตัวเอง
เพียงแต่ Ma Bo Yong เอาความจัดเจนใหม่สวมเข้าไป
เป็นความจัดเจนในสถานะของนักเขียนซึ่งเติบโตในยุคหลังชัยชนะในเดือนตุลาคม 1949 และที่สำคัญเป็นอย่างมากคือหลังการเปลี่ยนแปลงในเดือนตุลาคม 1976
นี่ย่อมสัมพันธ์กับแนวทางในแบบ “เหมาอิสม์” อย่างเด่นชัด
เป็นเหมาอิสม์หลังจากอ่านซ้องกั๋ง เป็นเหมาอิสม์หลังจากอ่านสามก๊ก และมิอาจก้าวพ้นจากความเป็นจริงของยุคสมัย ความเป็นจริงของซือหม่าอี้
ซือหม่าอี้อันเป็นคนในตระกูลใหญ่ ซือหม่าอี้อันอยู่ในแวดวงของบัณฑิตและขุนนาง