ข่งหรง กับ การชุมนุมบัณฑิต(57) – ไม่ว่าเมื่อปรากฏบทบาทในยุทธนิยายเรื่อง “ความลับแห่งสามก๊ก” ไม่ว่าเมื่อ ปรากฏบทบาทในซีรีส์ “ความลับสามก๊ก” จุดเด่น 1 ของซือหม่าอี้ คือจุดเด่นอันเป็น“บัณฑิต” ผู้คงแก่เรียน
จุดเด่น 1 คือลักษณะอันเป็นอิสระของซือหม่าอี้ เห็นได้จากกรณี “ทฤษฎีปลวก”
เมื่อเขียน “ความลับแห่งสามก๊ก” Ma Bo Yong พยายามเน้นให้เห็นจุดขัดแย้งระหว่างบัณฑิต 2 สำนักในจงหยวน
คือ บัณฑิตจากอิ่งชวน กับ บัณฑิตจากทางเหนือ
Ma Bo Yong อาจยังไม่โลดโผน แหกกรอบเท่ากับหวังอี๋ซิงและเฉินเหมาแห่ง “หงสาจอมราชันย์” เพราะว่าหวังอี๋ซิงกวาดรวมเอาสวินอี้ กัวจยา จย่าสวี เข้ามาอยู่ในร่มเงา
สำนักท่าน “คันฉ่องส่องวารี” แห่งแคว้นเกงจิ๋ว ครบถ้วน
กระนั้น Ma Bo Yong ก็แอบอิงอยู่กับการเคลื่อนไหวของท่านข่งหรง บัณฑิตซึ่งสะสมบารมีอยู่ในราชสำนักตั้งแต่ยังอยู่ลั่วหยาง
ขอให้ดูจากบทบาทให้มีพิธีกรรมลงนา ไถพรวน สร้างขวัญกำลังใจ ให้กับกสิกร
เมื่อไถพรวนเสร็จแล้วย่อมเป็นการเซ่นไหว้เทพซิงตี้ ในเวลานี้เองข่งหรงพลันก้าว ออกมาจากกลุ่มขุนนาง คุกเข่าลงตรงหน้าจักรพรรดิและกราบทูลด้วยเสียงอันดัง
“ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ”
ขุนนางทั้งหลายต่างมองด้วยสายตาขุ่นขึ้ง เพราะเจ้าคนผู้นี้ออกความคิดทำให้พวกเขาต้องวิ่งมายังสถานที่เปลี่ยวร้าง กันดารแห่งนี้ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บ
ตอนนี้ไม่รู้ว่ายังมีแผนการอะไรอีก จะทำร้ายคนอื่นอย่างไรอีก
“การใหญ่ของแผ่นดินมีเพียงการเกษตรและคัมภีร์ บัดนี้งานการเกษตรเรียบร้อยแล้วควรหันมาส่งเสริมการศึกษา กระหม่อมขอให้ฝ่าบาทเรียกตัวบัณฑิตทั่วหล้ามาชุมนุมกันที่ เมืองหลวง
ถ่ายทอดวิชาความรู้ ฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ของพยัคฆ์ขาว ไป่หู่อีกครั้ง”
สวินอี้ได้ยินข้อเรียกร้องของข่งหรงแล้วหัวคิ้วก็ขมวดนิดๆ การเปิดสำนักศึกษาอีกครั้ง ใช่ว่าไม่ดี แต่ต้องแยกแยะเวลา บัดนี้หยวนกับเฉาเผชิญหน้ากัน
เสบียงอาหารและพลทหารยังลำเลียงมาไม่ทันไหนเลยจะมีกำลังมาจัดการเรื่องพวกนี้
ยังไม่ทันที่สวินอี้จะได้อธิบายชี้แจง จ้าวซือถูก็ก้าวออกมา “ข่งเซ่าฟู่บัดนี้บ้านเมืองมี หลายอย่างที่รอการฟื้นฟู โจรภายนอกยังไม่ถูกกำจัด ข้าว่ามิสู้ให้แต่ละท้องที่เสนอชื่อ ผู้มีความสามารถ
ให้มาจัดการตำราและคัมภีร์ที่เมืองหลวงก็พอแล้ว”
สวินอี้ยิ้มเย็น เด่นชัดว่า 2 คนนี้นัดแนะกันมาก่อนแล้ว 1 ร้อง 1 รับ พยายามอาศัยความยิ่งใหญ่ของพิธีแรกนาขวัญทำให้ข้อเสนอนี้ผ่านการอนุมัติ
ในการวิเคราะห์และสรุปของสวินอี้
เห็นทีขุนนางฝ่ายลั่วหยางหลังจากสูญเสียต่งเฉิงไปก็เริ่มมีบุคคลผู้เป็นศูนย์กลางคนใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ข้อเสนอนี้ของพวกเขาความจริงก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไร
ข่งหรงเสนออะไรทำนองนี้ทุกเดือนอยู่แล้วล้วนมีท่าทีขึงขัง จริงจัง
แท้จริงแล้วกลับเป็นข้อเสนอที่ไร้ประโยชน์ พวกเขาได้แต่อาศัยเรื่องเกี่ยวกับวิชาการ มาพิสูจน์ว่าตัวเองยังมีตัวตน
แต่การโจมตีกะทันหันโดยไม่เลือกวิธีการอย่างนี้กลับพบเห็นได้น้อยมาก
ทว่า หากปฏิเสธไปทันทีก็ไม่เหมาะ ยังไม่พูดถึงซือถูอย่างจ้าวเวิน แต่ข่งหรงเป็นบัณฑิตชื่อดังในตอนนี้ ข้อกราบทูลของเขาเป็นความหวังและความเห็นชอบ ของบัณฑิตทั่วทั้งใต้หล้า
หากถูกขัดขวางย่อมมิอาจหลีกเลี่ยงข้อครหาที่ว่า “เฉาเชาเลือกใช้คนโดยไม่ดู คุณธรรม”
แม้จะมีสถานการณ์เฉพาะหน้ามาทำให้คำกราบทูลของข่งหรงมิอาจบรรลุได้ในฉับพลันทันใด แต่นั่นก็คือเมล็ดพันธุ์ในทางวิชาการอันดำรงอยู่ในสวี่ตู
รอการเติบโตขยายพันธุ์ออกไปอย่างรวดเร็ว
ข้อเสนอของข่งหรงครั้งนี้เมื่อแปรจากยุทธนิยาย “ความลับแห่งสามก๊ก” มาเป็นซีรีส์เรื่อง “ความลับสามก๊ก” กลับเป็นเหตุปัจจัยโยงเอาซือหม่าอี้เข้ามาเกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะบทบาทในการร่วมคัดลอก “คัมภีร์”