พระภัททันตะ อาสโภ – วันอังคารที่ 24 พ.ย.2563 น้อมรำลึกครบรอบ 10 ปี มรณกาล “พระภัททันตะ อาสโภ” แห่งวัดมหาธาตุยุวราช รังสฤษฎิ์แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ พระสงฆ์ชาวพม่าที่มีภูมิธรรมความรู้ในเรื่องพระกัมมัฏฐานขั้นสูงสุด จนถึงขั้นได้รับการยกย่องจากรัฐบาลพม่าให้เป็น “อัคคมหากัมมัฏฐานาจาริยะ” ซึ่งนับว่าเป็นสมณศักดิ์ชั้นพระเถระผู้ใหญ่
พระภัททันตะ เข้ามาอยู่สอนพระกัมมัฏฐานในประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ.2479
มีนามเดิมว่า หม่องขิ่น ถือกำเนิดในราชสกุล ตวยเต้าจี้ ซึ่งเป็นสกุลขุนนางชั้นสูงของพม่า เกิดเมื่อปี พ.ศ.2454 ที่ ต.จวนละเหยียน อ.เยสะโจ จ.ปะดุกกู่ ประเทศพม่าบิดามีนามว่า อุโพอ้าน มารดามีนามว่า ดอว์เปียว มีพี่น้อง 3 คน ท่านเป็นบุตรคนสุดท้อง
อายุ 15 ปี บรรพชา เมื่อปีพ.ศ.2469 มี พระภัททันตะ ญาณมหาเถระ เจ้าอาวาสวัดโชติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์
เวลาต่อมา เข้าพิธีอุปสมบท ได้รับฉายาว่า อาสโภ ที่วัดจวนละเหยียน อ.เยสะโจ จ.ปะดุกกู่ เมื่อ วันที่ 21 ก.ค.2473 มีพระ ภัททันตะ ญาณมหาเถระ เป็นพระอุปัชฌาย์พระภัททันตะ อูเกลาสมหาเถระ เป็น พระกรรมวาจาจารย์ และพระภัททันตะ อูปัญญามหาเถระ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พรรษา 7 พระอาจารย์สอบได้วุฒิชั้น “ธัมมาจริยะ” ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดแห่งการศึกษาคณะสงฆ์พม่า
ในปี พ.ศ.2495 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) มีความประสงค์จะวางรากฐานวิปัสสนาธุระไว้ ณ ประเทศไทยจึงได้แสดงความจำนงไปยังสภาการพุทธศาสนาแห่งประเทศพม่า ขอให้จัดส่งพระวิปัสสนาจารย์ผู้มีความรู้เชี่ยวชาญ มาช่วยสอนวิปัสสนากัมมัฏฐานในประเทศไทย
สภาการพุทธศาสนาแห่งประเทศพม่า มอบหมายให้ พระอาจารย์ภัททันตะ อาสภเถระ ธัมมาจริยะ เป็นผู้รับภาระหน้าที่อันสำคัญนี้
จึงตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทย รับหน้าที่เป็นพระวิปัสสนาจารย์สอน วิปัสสนากัมมัฏฐาน อยู่ ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ
ท่านทำหน้าที่พระธรรมทูตสอนวิปัสสนาเริ่มตั้งแต่สำนักวิปัสสนาวัดมหาธาตุฯ สำนักวิปัสสนาวิเวกอาศรม สำนักวิปัสสนาสมมิตร-ปราณี วัดภัททันตะอาสภาราม จ.ชลบุรี สอนวิปัสสนาให้ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ใช้เวลาสอนวิปัสสนาเป็นระยะเวลานานถึง 58 ปี
พระภัททันตะ เป็นพระเถระที่มีศีลาจารวัตรเรียบร้อยดีงาม และได้บำเพ็ญคุณประโยชน์ไว้กับพระศาสนาเป็นอเนกประการ รวมทั้งเป็นที่เคารพนับถือของพระเถรานุเถระ พระภิกษุ-สามเณร และสาธุชนโดยทั่วไป
ท่านได้รับประกาศเกียรติคุณในชั้นดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศรีปทุม ตามลำดับ
เมื่อครั้งอาพาธ ท่านได้รับพระมหา กรุณาธิคุณเป็นภิกษุอาพาธในพระบรม ราชานุเคราะห์
ในที่สุด มรณภาพด้วยโรคปอดอักเสบ ที่โรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 พ.ย.2553 เวลา 19.55 น. สิริอายุ 100 ปี พรรษา 80