เป้าหมาย ล้วนพุ่งใส่ เวินเซี่ยน (58) – คําถามก็คือ ข้อเสนอจากข่งหรงที่ให้มีการชุมนุมบัณฑิตจะมีความสัมพันธ์โยงไปถึงซือหม่าอี้ได้อย่างไร ในเมื่อตามความเป็นจริงแม้ในฐานะบัณฑิต ซือหม่าอี้จะเข้ารับราชการในฝ่ายอาลักษณ์
ตามคำเชิญชวนของสวินอี้ดังที่ปรากฏผ่านซีรีส์ “ความลับสามก๊ก”
แต่ก็ต้องอำลาจากตำแหน่งอาลักษณ์ทำหน้าที่คัดลอกคัมภีร์ไปด้วยเวลาอันรวดเร็วเพราะสถานการณ์และความจำเป็นบังคับให้ต้องกลับเวินเซี่ยน
นั่นจำเป็นต้องย้อนกลับไปทบทวนยุทธนิยาย “ความลับแห่งสามก๊ก” อย่างละเอียด
ข่งหรงนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตวัดพู่กันอย่างรวดเร็ว ครั้นเงยหน้าเห็นจ้าวเยี่ยนเข้ามาจึงพูดอย่างอารมณ์ดีว่า “ข้าเพิ่งเขียน ‘อรรถกถาอารามไป่หู๋’ เสร็จ เจ้าลองให้ความเห็นหน่อย”
จ้าวเยี่ยนรับไปอ่านคร่าวๆ ยกยอรอบหนึ่ง
ข่งหรงโคลงศีรษะอย่างกระหยิ่มใจบอกว่า “การชุมนุมครั้งนี้ บทความนี้จะต้องสร้างความตื่นตะลึงให้เหล่าบัณฑิตได้อย่างแน่นอน”
ปลุกงานเขียนตั้งแต่ต้นราชวงศ์ฮั่นให้ฟื้นคืนชีพ
จากนั้นตวัดพู่กันลงบนผลงานชิ้นโบแดงก่อนม้วนเก็บแล้วส่งเสียงเรียกเสมียนเข้ามา “คัดลอกออกมา 5 ฉบับ ฉบับหนึ่งมอบให้ฝ่าบาท ฉบับหนึ่งมอบให้เลขาธิการสวิน อีก 2 ฉบับเก็บรักษาไว้
อีกฉบับส่งให้หมีเหิงในจิงโจว ความพิเศษที่ซ่อนอยู่นอกจากหยางซิวแล้วมีแต่เขาเท่านั้นที่เข้าใจ”
สั่งการเสร็จสรรพก็ปัดมือม้วนตัวเข้าไปในห้องด้านหลัง หยิบกาสุราหัวสัตว์ออกมาดื่มอย่างรื่นรมย์ ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไร
กล่าวทางด้านจ้าวเยี่ยนเมื่อได้ป้ายคำสั่ง “เรียกตัวราชโองการ”
เป็นป้ายรูปสี่เหลี่ยมอันทำจากไม้ก็ออกจากจวนสกุลข่งมุ่งหน้าไปยังม้าศึกแข็งแรงพ่วงพีตัวหนึ่ง ขึ้นนั่งบนหลังม้า กระตุกเชือกบังเหียนเบาๆ
ควบม้ามุ่งไปทางประตูเมือง
เนื่องจากมีป้ายคำสั่งของหัวหน้าทหารประจำเมือง ประตูเมืองจึงไม่ได้สกัดเอาไว้นานนัก เมื่อเสร็จธุระจ้าวเยี่ยนไม่หยุดแม้ครู่เดียวหวดแส้ห้อตะบึงขึ้นไปทางเหนือ
การออกจากสวี่ตูรุดไปยังทางเหนือของจ้าวเยี่ยนสำคัญ
จําเป็นต้องสนใจ ที่จ้าวเยี่ยนแจ้งต่อข่งหรงว่าต้องการนำป้ายคำสั่ง “เรียกตัวตามราชโองการ” ไปยังปิ้งโจวซึ่งมีบัณฑิตใหญ่เร้นกาย หลบซ่อนอยู่หลายท่าน
เส้นทางที่ควบม้าไปยังมีหิมะขาวโพลนปกคลุมอยู่
หากเป็นจ้าวเยี่ยนเมื่อหลายปีก่อนจะต้องสะท้อนใจกับทิวทัศน์ตรงหน้าเป็นแน่ ไม่แน่อาจจะร่ายกลอนออกมาสักบทสองบทด้วยซ้ำ
แต่เขาในตอนนี้ไม่สนใจจะหยุดดูเสียแล้ว
เพราะจุดประสงค์อย่างแท้จริงในการเดินทางครั้งนี้ ไม่ใช่เหล่าบัณฑิตชื่อดังซึ่ง เร้นตัว หลบซ่อนอยู่ ทั้งยังมิใช่บุคคลที่มีชื่อเสียงในสกุลใหญ่
หากแต่เป็นสกุลซือหม่าในอำเภอเวินเซี่ยน
เศษผ้าที่เขาพบในวังหลวงยืนยันแล้วว่าเป็นผ้าทอจากอำเภอเวินเซี่ยน อีกทั้งจากคำพูดของถังจียังตัดสินได้ว่ากัวจย่าเองก็สนใจสกุลซือหม่านี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
นั่นเป็นผลจากกรณีเพลิงไหม้ที่ประทับของ “โอรสสวรรค์” ในวังหลวง
จากนี้จึงเห็นได้ว่า ไม่ว่ากรณีของเติ้งจั่นที่รุดไปเสาะหาข้อมูลของหยางผิง ซึ่งพำนักอยู่เวินเซี่ยนอย่างยาวนานเกือบชั่วชีวิต ตั้งแต่เยาว์จนแตกเนื้อหนุ่มทรงพลัง
ไม่ว่ากรณีของจ้าวเยี่ยนจากสำนักของมหาบัณฑิตอย่างข่งหรง
เป้าหมายย่อมอยู่ที่อำเภอเวินเซี่ยน เป้าหมายย่อมอยู่ที่สกุลใหญ่อย่างซือหม่า เพราะภูมิหลังของหยางผิงแนบแน่นอยู่กับเวินเซี่ยน แนบแน่นอยู่กับสกุลซือหม่า
เหตุใดจึงตายอย่างมีเงื่อนงำ การรู้จักหน้าตาจึงสำคัญ
ขณะที่ผ้าทออันขันทีซึ่งตายในกองเพลิงอย่างมีเงื่อนงำจากการชันสูตรอย่างละเอียดเด่นชัดว่ามาจากอำเภอเวินเซี่ยน การสืบค้นหารายละเอียดรากฐานความเป็นมาจึงสำคัญ
ตรงนี้เองทำให้ภารกิจของจ้าวเยี่ยนยิ่งจำเป็นต้องติดตาม