‘อนุชา’ย้ำ-ทำงานเชิงรุก มอบนโยบายสำนักพุทธฯ – นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มอบนโยบายแก่ข้าราชการสำนักพุทธฯ โดยมี น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเข้าร่วม เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2563 ที่หอประชุมพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม

ก่อนเข้าสู่ห้องประชุมพุทธมณฑล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ เข้าสักการะพระศรีศากยะทศพลญาณ ประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์
ทั้งนี้ นายอนุชามอบนโยบายให้แก่ข้าราชการสำนักพุทธฯ ว่า การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ สำนักพุทธฯ สามารถสร้างความตระหนักรู้ เผยแพร่ และปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีความตระหนักรักในสถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะการเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ในมิติทางด้านศาสนา ส่วนการทำนุบำรุงศาสนา ขอเน้นย้ำสำนักพุทธฯ ดังนี้

1.การดำเนินการตามกฎหมายคณะสงฆ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขอให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด รัดกุม รวดเร็ว เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ 2.การสนองงานคณะสงฆ์ ต้องทำอย่างเต็มที่ บนหลักการของความถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย กฎหมายบ้านเมือง กฎ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ และมติมหาเถรสมาคม 3.การคุ้มครองพระพุทธศาสนา ขอให้หาทางร่วมกับคณะสงฆ์ เพื่อกำหนดเป็นนโยบายและมาตรการสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง

4.การทำนุบำรุงศาสนสถาน ศาสนวัตถุ การจัดการวัดร้าง และศาสนสมบัติกลาง ขอให้ดำเนินการกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และขอเน้นย้ำให้ปรับปรุงฐานข้อมูลวัด ศาสนสถาน และศาสนวัตถุทั่วประเทศให้เป็นปัจจุบัน

5.การพัฒนาพุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา ขอให้ดำเนินการเชิงรุก เริ่มจากสิ่งที่สามารถทำได้ทันทีก่อน 6.ด้านพุทธศาสนศึกษา ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.การศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2562 และควรให้ความสำคัญกับบุคลากรทางการศึกษาและผลผลิตของการศึกษา

7.การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ต้องทำในเชิงรุก ใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยี สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย แก้ไขความเชื่อที่ไม่ตรงตามหลักคำสอน นอกจากนี้พศ.ต้องพัฒนาสู่การเป็นหน่วยงานดิจิตอลด้วย

นายอนุชากล่าวต่อว่า ความท้าทายของสำนักพุทธฯ คือ คนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจในพระพุทธศาสนาน้อยลง หรือมีความเข้าใจที่ผิด ทั้งยังรู้สึกว่าพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องเก่า ขณะเดียวกันหลายวัดก็ขาดปัจจัยสนับสนุนอย่างเพียงพอ การสอนพระพุทธศาสนาที่ยังไม่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ดังนั้นจึงอยากฝากแนวทางให้กับพศ. ดังนี้

การสร้างเนื้อหา หรือแนวทางการนำเสนอใหม่ๆ โดยใช้เทคโนโลยี เพื่อให้พระพุทธศาสนาเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและเหมาะกับคนทุกวัย ทุกเชื้อชาติ การพัฒนาแหล่งข้อมูลที่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมความถูกต้องของการส่งเสริมการเรียนรู้พระพุทธศาสนา การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา และการปรับปรุงศาสนสถาน ทั้งในเชิงกายภาพ เนื้อหา และการนำเสนอผ่านสื่อประชาสัมพันธ์