อำเภอเวินเซี่ยน บ้านสกุลหม่า(59) – เมื่อเบาะแสจากศพของขันที เมื่อเบาะแสจากผ้าทอปรากฏชัด ดูเหมือน 2 อย่างนี้มีความเกี่ยวโยงกับจักรพรรดิ ดังนั้น จ้าวเยี่ยนจึงคิดว่าอำเภอเวินเซี่ยนต้องซุกซ่อนอะไรอยู่เป็นแน่
หากไม่ได้ตรวจสอบด้วยตนเองสักครั้งเขาย่อมไม่วางใจ
เพียงจ้าวเยี่ยนเพิ่งย่างเท้าเข้าไปในเขตอำเภอเวินเซี่ยน เมืองเหอเน่ยก็ประสบกับการปฏิบัติอย่างเย็นชา พอแสดงป้ายคำสั่งอันออกให้โดยจวนซือคง
ท่าทีของขุนนางท้องถิ่นมิอาจกล่าวว่าแย่
แต่ไม่อาจนับได้ว่ากระตือรือร้นอย่างแน่นอน การสนทนาระหว่าง 2 ฝ่ายจึงเป็นไปด้วยความกระอักกระอ่วน คำถามก็คือท่าทีแปลกประหลาดนี้ก่อรูปขึ้นได้อย่างไร
คำตอบก็คือ เจ้าเมืองเหอเน่ย เว่ยจง เป็นต้นเหตุ
เว่ยจงเป็นผู้ที่เฉาเชาแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองด้วยตัวเองก็จริง แต่เว่ยจงเคยมีประวัติหลบหนีการทำศึกสงครามมาก่อน
นี่ย่อมเป็นปัญหา นี่ย่อมทำให้เกิดภาวะระส่ำระสายภายในเหอเน่ย
ตอนนี้หยวนกับเฉา 2 ขั้วอำนาจใหญ่ทางการเมือง ทางการทหาร กำลังจะ เปิดการศึกสงคราม ประเด็นอยู่ที่บรรดาขุนนางในท้องถิ่นต่างไม่รู้และ ไม่แน่ใจว่าเจ้าเมืองเว่ยมีท่าทีอย่างไรกันแน่
ปมเงื่อนอันเป็นข้อกังขาก็คือ จะมีความเอนเอียงไปทางใด
แน่นอนว่าเมื่อจับความแจ่มชัดไม่ได้ บรรดาขุนนางอื่นๆ ก็ย่อมไม่แสดงท่าทีที่ชัดเจนออกมาเช่นกันแม้ว่าคำสั่งที่ออกให้กับจ้าวเยี่ยนจะมาจากจวนของซือคงก็ตาม
ก่อนหน้านี้เติ้งจั่นมาอำเภอเวินเซี่ยนเพื่อตรวจสอบ
เติ้งจั่นก็ตรงดิ่งไปหาสกุลซือหม่าทันที นายอำเภอจึงหลับตาข้าง ลืมตาข้างได้ แต่จ้าวเยี่ยนขาดประสบการณ์ด้านการเมืองมาถึงก็แสดงป้ายคำสั่งจากจวนซือคง
เท่ากับบีบให้พวกเขาแสดงท่าทีให้ชัดเจน
ฉะนั้น ในยามเผชิญหน้ากับเจ้าทึ่มคนนี้ขุนนางท้องถิ่นลำบากใจมาก จะทำตาม ก็มิใช่ จะไม่ทำตามก็ไม่ดี เมื่อจ้าวเยี่ยนบอกว่าอยากไปเยี่ยมชมโรงงานทอผ้า
จึงคิดว่าผู้แทนคนนี้คงอยากรีดสินบน จึงรีบกุลีกุจอรับคำคิดจะไล่ไป ให้พ้นไวๆ
ในโรงทอผ้าหนึ่งของอำเภอเวินเซี่ยน จ้าวเยี่ยนพบช่างทอเก่าแก่คนหนึ่ง เป็นหญิงสูงวัยอายุ 50 ปีกว่าๆ นางอยู่กับการทอผ้ามาทั้งชีวิตจนท้องนิ้วสากด้านเป็นไตแข็ง
ตอนจ้าวเยี่ยนเข้ามานางยังคอทอผ้าอยู่หน้าหูกอย่างขะมักเขม้น
พอได้พบจ้าวเยี่ยนก็บอกจุดประสงค์ “ข้าอยากรบกวนท่านช่วยดูของอย่างหนึ่ง” พร้อมกับยื่นแถบผ้าสีขาวให้ด้วยความนอบน้อม
หญิงทอผ้าสูงวัยหยุดหูกรับแถบผ้าไปด้วยมืออันสั่นเทา
นางใช้ฝ่ามืออันหยาบกร้านถูแถบผ้านั้นอยู่พักหนึ่ง จากนั้นยกชิ้นผ้าขึ้นส่อง กับแสงแดด เพ่งพิศพิจารณาอย่างจริงจังอีกรอบก่อนจะพยักหน้า
“ผ้าชิ้นนี้มาจากโรงทอของพวกเราจริงๆ น่าจะเป็นฝีมือของหญิงสกุลหลี่”
“ท่านแน่ใจ” จ้าวเยี่ยนย้ำถาม อาศัยเพียงเศษผ้าชิ้นหนึ่งก็สามารถวิเคราะห์และแยกจำแนกรูปแบบการทอได้
เรื่องนี้เขาเชื่อแต่ก็ยังไม่มั่นใจ
ในความเห็นของจ้าวเยี่ยน แต่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นฝีมือการทอของผู้ใด ทั้ง ยังระบุชื่อเสียงเรียงนามออกมาได้ เรื่องนี้น่าเชื่อแต่ในความน่าเชื่อก็ชวนให้ คิดว่าเหลือเชื่อได้
ท่าทีของจ้าวเยี่ยนสร้างความหงุดหงิดให้กับช่างทอผ้าอย่างยิ่ง
“ข้าทอผ้ามาทั้งชีวิตจะดูผิดได้อย่างไร” น้ำเสียงของนางสะท้อนความไม่พอใจออกมาอย่างตรงไปตรงมา
“หูกทอ แท่นเหยียบ และแกนม้วนของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน
วิธีพันด้ายของช่างและการสอดประสานระหว่างมือกับเท้าก็ต่างกันไปด้วย ผ้า ที่ทอแตกต่างกันเล็กน้อย พวกเจ้าคนนอกดูแล้วเหมือนกันแต่ในสายตาข้าแค่เห็น เส้นด้ายก็รู้แล้วฝีมือใคร
ผ้านี้เส้นด้ายละเอียดแน่นหนา เป็นระเบียบไม่ยุ่งเหยิง มีแต่สกุลหลี่ ที่มีฝีมือเช่นนี้และทอมาได้”