ข้อเข่าเสื่อม โก่งผิดรูปต้องผ่า – โรคข้อเข่าเสื่อม อาจฟังดูเหมือนเป็นอาการที่พบได้แค่ในบุคคลสูงวัย แต่โรคนี้ยังพบได้ในบุคคลอายุน้อย
รศ.นพ.พฤกษ์ ไชยกิจ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดข้อสะโพกและข้อเข่า อดีตประธานชมรมศัลยแพทย์ผ่าตัดโดยการใช้คอมพิวเตอร์นำร่องแห่งประเทศไทย และหัวหน้าศูนย์รักษ์ข้อโรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า โรคข้อเข่าเสื่อมไม่ได้มีแค่ในคนสูงอายุ บางรายมีอาการปวดตั้งแต่อายุ 30-40 ปี แต่ถ้าเรารู้ตัวเร็วว่าเริ่มมีอาการ เริ่มมีความผิดปกติกับข้อ เราก็สามารถรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยวิธีการต่างๆ มากมาย เช่น บริหารกล้ามเนื้อขา ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และลดกิจกรรมการใช้งานข้อเข่าบางอย่าง เช่น นั่งพับเพียบ นั่งคุกเข่า นั่งขัดสมาธิ ลดน้ำหนักตัวลงในกรณีที่มีน้ำหนักตัวเกิน มีการใช้ยาต่างๆ ทั้งยากิน และยาฉีดบำรุงข้อเข่า เรียกว่าถ้าเรารีบตัดไฟแต่ต้นลม อาการก็อาจจะไม่หนักจนถึงขั้นผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันผู้ป่วยที่เป็นข้อเข่าเสื่อมแล้วจำเป็นต้องรับการผ่าตัดใส่ผิวข้อเข่าเทียมมีไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำ

รศ.นพ.พฤกษ์กล่าวต่อว่า สำหรับ 5% ที่ต้องรับการผ่าตัดจะเป็นคนไข้ที่ป่วยถึงระยะ ‘ข้อเข่าโก่งผิดรูป’ และจำเป็นต้องผ่าตัด ซึ่งมีเทคโนโลยีช่วยเหลือในการผ่าตัด เพื่อลดโอกาสผิดพลาดให้น้อยที่สุด โดยการใช้เครื่อง “คอมพิวเตอร์นำร่อง” (Computer Assisted Surgery in Total Knee Arthroplasty)
โดยปกติแล้วการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม จะมีหลักการ คล้ายกับการทำครอบฟันรักษาฟันผุ คือทำการตัดเจียผิวข้อเข่าและกระดูกเข่าออกแล้วนำผิวข้อเทียมครอบยึดลงไปบนกระดูก โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือประกบกับขาคนไข้ แล้วใช้สายตาเล็งมุมตัด แก้ไขมุมขาที่ผิดรูปให้กลับมาเป็นขาที่ตรง แต่การจะผ่าตัดให้ได้องศาที่ถูกต้อง จะต้องพึ่งความชำนาญของแพทย์ผู้ผ่าตัดเป็นหลัก ซึ่งอาจพบความแปรปรวนของค่ามุมต่างๆ ที่ได้ค่อนข้างมาก ตามรายงานที่มีทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ และเครื่องคอมพิวเตอร์นำร่องคือเทคโนโลยีที่ใช้เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
“นึกภาพนาฬิกาที่ขอบเลขรอบๆ ถูกลบออกทั้งหมด เราแทบไม่สามารถบอกได้เลยว่าเข็มวินาทีของนาฬิกากำลังหยุดอยู่ที่วินาทีที่ 22 หรือ 23 แม้จะห่างกันเพียงวินาทีเดียว แต่นี่แหละคือความคลาดเคลื่อนของตามนุษย์ คิดง่ายๆ คือ 1 วินาที หรือเทียบได้ 6 องศา แต่ความคลาดเคลื่อน 6 องศานี้หากนำมาแปลงในการผ่าใส่ผิวข้อเข่าเทียม มันเป็นตัวเลขที่เยอะมาก” รศ.นพ.พฤกษ์กล่าว
รศ.นพ.พฤกษ์กล่าวด้วยว่า เพื่อลดตัวเลขความคลาดเคลื่อนนี้ลง เครื่องคอมพิวเตอร์นำร่องจึงถูกนำมาใช้ตรวจสอบตั้งแต่ ขั้นตอนการเล็งวัดมุมองศากระดูก ตามด้วยขั้นตอนการตัดกระดูกที่คอมพิวเตอร์จะแสดงให้เห็น ความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ และตรวจสอบหลังจากตัดกระดูกไปแล้ว จึงช่วยให้แพทย์ ผู้ผ่าตัดสามารถแก้ไขข้อผิดพลาด (ในกรณีที่เกิดขึ้น) ได้แทบจะในทันที

ปัจจุบันมาตรฐานค่าความคลาดเคลื่อนในการผ่าตัดข้อเข่าที่ยอมรับได้คือ “ไม่เกิน 3 องศา” แต่เมื่อนำมาเทียบกับการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์นำร่องที่ “มองเห็นความคลาดเคลื่อน ได้ในระดับ 1 องศา” ก็แทบการันตีได้เลยว่าข้อเข่าที่เคยโก่งผิดรูปของผู้ป่วย จะกลับมามีลักษณะ ใกล้เคียงเดิม
รศ.นพ.พฤกษ์กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลพระรามเก้าผลักดันความก้าวหน้าของการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมมาตลอด เทคโนโลยีเครื่องคอมพิวเตอร์นำร่องที่เราใช้ เป็นเทคนิคที่ช่วยให้แพทย์อย่างเราๆ สามารถผ่าตัดได้ดีขึ้น และปรับสภาพเนื้อเยื่ออ่อนรอบข้อตึงได้เหมาะสมขึ้นด้วย เมื่อรวมกับผลของยาระงับความปวด และสภาพร่างกาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ผ่าตัดสามารถกลับมาเดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง
รศ.นพ.พฤกษ์ ทิ้งท้ายว่า หากรู้สึกมีอาการปวดเข่าต่อเนื่องเกิน 3-5 วัน ก็ควรรีบมาพบแพทย์ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นรู้ตัวอีกที เราอาจเป็นหนึ่งใน 5% ที่ต้องใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์นำร่องแล้วก็ได้