มะเร็งรักษาได้ทุกที่เริ่ม1ม.ค.64 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประกาศนโยบาย “มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่มีความพร้อม” ว่า รัฐบาลต้องการพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน และวางรากฐานให้ระบบหลักประกันสุขภาพครอบคลุมทุกภาคส่วน ลดความเหลื่อมล้ำของระบบบริการ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคมะเร็งให้ได้รับการบำบัดรักษาโดยเร็ว ลดความเจ็บปวด หรือประคับประคองให้มีชีวิตอย่างมีคุณภาพ ไม่ทุกข์ทรมาน ที่ผ่านมามีนโยบายหลายเรื่อง เช่น การใช้สารสกัดกัญชา หรือการอนุมัติงบประมาณ 1,013 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อเครื่องฉายรังสี 7 เครื่อง ส่งมอบให้สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และโรงพยาบาลอีก 6 แห่งกระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อลดการรอคอยการรักษา ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยอยู่ระหว่างกระบวนการจัดซื้อจัดหา และล่าสุดได้ร่วมกับ ร.พ.รามาธิบดี และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ให้ยาเคมีบำบัดที่บ้าน (Home Chemotherapy) สำหรับผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง โดยไม่ต้องนอน ร.พ.

นายอนุทินกล่าวว่า จากการขับเคลื่อนดังกล่าว สธ.จึงประกาศนโยบาย “มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่มีความพร้อม” ผู้ป่วยมะเร็งเข้ารับการรักษาใน ร.พ.ที่มีศักยภาพและมีความพร้อม ไม่แออัด ผู้ป่วยในไม่ต้องใช้ใบส่งตัว สามารถส่งต่อภายในเขตสุขภาพหรือข้ามเขตสุขภาพ เพื่อให้ได้รับการรักษาใน ร.พ.ที่มีศักยภาพสูงกว่าอย่างเหมาะสม รวมทั้งมอบให้กรมการแพทย์พัฒนาเทคโนโลยีดิจิตอลเพื่อสนับสนุนระบบการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยและระบบบริหารจัดการ โดยจะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 2564 และนำไปสู่การให้คนไทยรักษาโรคได้ทุกที่ต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ จะใช้นโยบายอื่นๆ มาสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ เช่น คนไทยทุกคนมีหมอประจำตัว 3 คน ที่ช่วยให้เกิดการคัดกรอง ไม่ใช่ทุกคนที่ป่วยจะต้องมา ร.พ.ทั้งหมด รวมถึงการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการ ร.พ.ทุกระดับ มีระบบส่งต่อที่มีคุณภาพ นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้บริการ

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ประเทศไทยพบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ปีละ 122,757 ราย เสียชีวิตปีละ 80,665 ราย จากการประกาศนโยบาย “มะเร็งรักษาได้ทุกที่ ที่มีความพร้อม” สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ จึงพัฒนาโปรแกรม Thai Cancer-based ช่วยส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพ แพทย์สามารถดูแลผู้ป่วยได้แบบไร้รอยต่อ พัฒนาแพลตฟอร์ม The ONE ช่วยสืบค้นข้อมูลและประเมินศักยภาพการให้บริการของ ร.พ.ที่เข้าร่วมโครงการ โดย ร.พ.ต่างๆ ทั่วประเทศ สามารถจองคิวการตรวจทางรังสีวินิจฉัย จองคิวการรักษาด้วยรังสีรักษาและเคมีบำบัดผ่านแพลตฟอร์มนี้ได้โดยตรง โปรแกรม DMS Bed Monitoring ใช้บริหารจัดการเตียง และพัฒนาแอพพลิเคชั่น DMS Telemedicine ใช้นัดคิวเพื่อขอรับคำปรึกษาทางไกลจากแพทย์ การนัดรับยา และติดตามการรับยาทางไปรษณีย์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน