ธรรมชาติส่งคำเตือน – ปรากฏการณ์ น้ำท่วมจากฝนตกหนัก ที่ อ.บางสะพาน จ. ประจวบคีรีขันธ์ ถนนเพชรเกษม ก.ม.3 และที่นครราชสีมา ไม่นานมานี้ เป็น “การเตือน” ครั้งสำคัญต่อเมืองที่ตั้งอยู่ในบริเวณอ่าวไทยตอนบน
คำเตือนนี้มาจากภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่จะมีผลกระทบต่อสภาวะการดำรงชีวิตของผู้คนโดยเฉพาะในชุมชนเมืองทั้งหลาย แต่ดูเหมือนว่าไม่มีหน่วยงานใดหรือใครในภาครัฐจะเกิดความรู้สึกที่ต้องคิดหาวิธีป้องกันหรือแก้ไข ขณะที่สิ่งที่ เกิดขึ้นนี้เกินขีดความสามารถในการจัดการของเอกชน บุคคล ชาวบ้านทั่วไป
ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนท่วมนี้เกิดขึ้นมาเป็นระยะล่วงหน้าโดยเฉพาะที่จ.ชลบุรี ยืนยันกันว่าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อนปี 2560 มาทุกปี และเมื่อน้ำทะเลหนุนแล้ว ก็คงจะหนุนสูงขึ้นอีกนานหรือจนท่วมกันตลอดปี
การป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้ความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ หรือตัวอย่างในพื้นที่อื่นๆ ของโลก ที่เขาทำกันมา และที่สุดแล้วก็ต้องมีการโยกย้ายถิ่นฐานที่อยู่อาศัยที่ทำมาหากินไปอยู่ในที่สะดวกปลอดภัยสบายขึ้น
คำถามก็คือ “เราจะเตรียมการในเรื่องนี้อย่างไร” หรือถ้าเราจะไม่โยกย้ายไปไหน เราจะป้องกันปัญหาน้ำท่วมถาวรจะทำอย่างไร จะทำเขื่อนกันน้ำทะเล แล้วสูบน้ำออกทำได้หรือไม่ หรือจัดการยกระดับอาคารบ้านเรือน โรงงาน สำนักงาน ฯลฯ ขึ้นให้สูงให้หมดจะทำได้อย่างไร นั่นก็คือต้องมีผู้รับผิดชอบ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบมาจัดการในเรื่องนี้
คำถามก็คือ แล้วหน่วยงานไหนละครับที่จะยกประเด็นในเรื่องนี้มาจัดการ
คณะกรรมการทรัพยากรแห่งชาติตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษา สภาพแวดล้อมที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานหรือกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ เคยยกเรื่องอย่างนี้ มาพิจารณาจริงจังหรือไม่ หรือคิดแต่จะลงทุนสร้างสะพาน ข้ามอ่าวไทย
สำหรับคณะกรรมการผังเมืองเคยมีกำหนดแนวทางนี้ไว้ในการวางผังเมืองรวม แล้วเตรียมการจะทำให้เป็นการปฏิบัติจริงได้อย่างไร
เท่าที่อ่านผังเมืองรวมในทุกๆ จังหวัด ไม่ปรากฏแผนผังที่กำหนดระดับของพื้นดินว่าพื้นที่ใดอยู่สูงอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลเท่าใด ผู้คนที่เขาจะก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนตรงนั้นก็จะได้เตรียมการป้องกันแก้ไขและการปรับตัวไว้อย่างไร
ไม่เฉพาะเรื่องน้ำท่วม ปัญหาสภาพแวดล้อมของเมืองในเรื่องอื่น เช่น เรื่องฝุ่น PM 2.5 เรื่องกลิ่นเหม็น เรื่องเสียงในชุมชนที่เป็นผลกระทบต่อชีวิตผู้คนในพื้นที่ต่างๆ นั้น ก็ไม่ปรากฏผู้รับผิดชอบตรงๆ
ทั้งหมดเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงทั้งสิ้นเพราะผลกระทบนั้นกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้คนที่ไม่แยกหมู่ แยกเหล่าใดๆ แล้วหาผู้รับผิดชอบหรือผู้บริหารจัดการกันไม่ได้ อนาคตมันแย่ แย่กว่าคำถามในเรื่องอนาคตของเยาวชน
นักเรียนนักศึกษาทุกวันนี้ถามว่า เหตุใดเขาเหล่านั้นจะต้องมารับผิดชอบหาเงินใช้หนี้สินอันเกิดจากการบริหารจัดการในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่คนในปัจจุบันต่างหากที่ควรจะมอบมรดกที่มีคุณค่า มีแนวโน้มสร้างความสุขสบายให้แก่เขาเหล่านั้น
นายช่าง