เหรียญพระนาคปรก สจล.สมทบ‘ร.พ.พระจอมเกล้าฯ’ – “พระนาคปรก” ถือเป็นปางพระพุทธรูปที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ในฐานะพระประจำวันเกิด วันเสาร์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปในพระอิริยาบถประทับขัดสมาธิ บนบัลลังก์พญานาคแผ่พังพานปกเหนือพระเศียร แต่นอกจากจะเป็นพระประจำวันเกิด วันเสาร์ ยังเป็นพระที่ผู้คนสักการบูชาเพื่อปลดเปลื้องความเจ็บปวด และความทุกข์ทรมานทางกายของมนุษย์ ให้หลุดพ้นจาก โรคภัยไข้เจ็บ

จึงเป็นอีกหนึ่งวัตถุมงคลสำคัญที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจพุทธศาสนิกชนคนไทยได้เป็นอย่างดี และนิยมปลุกเสกกันมาตั้งแต่ในอดีต อาทิ พระนาคปรก หลวงพ่อแฉ่ง ศีลปัญญา วัดบางพัง จ.นนทบุรี ปี พ.ศ. 2484 เหรียญพระพุทธสิรินาคเภษัชยคุรุจุฬาภรณ์ (พระพุทธโอสถ) ปี พ.ศ.2558 และพระ ไภษัชคุรุพุทธเจ้า องค์สีขาว หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน พ.ศ.2560

แต่ทั้งนี้ น้อยคนนักที่จะทราบถึงพุทธประวัติ และพุทธคุณของพระนาคปรก

ที่มาของคำว่า “นาคปรก” มาจากพุทธประวัติในช่วงที่พระพุทธองค์ประทับ ณ ใต้ต้นมุจลินท์ หลังจากตรัสรู้แล้ว มีฝนและลมหนาวตกพรำตลอด 7 วันไม่ขาดสาย พญานาคราชมุจลินท์จึงได้ขึ้นจากนาคพิภพ เข้าไปวงขนดรอบ แล้วแผ่พังพานปกพระพุทธเจ้า เพื่อป้องกันลมฝนมิให้พัดและสาดกระเซ็นมาต้องพระวรกาย

พระพุทธรูปนาคปรก มีเค้ามูลรากฐานมาจากคัมภีร์ของพระพุทธศาสนานิกายสรวาสติวาท ที่แพร่หลายในอินเดีย เอเชียกลาง และจีน อีกทั้งยังปรากฏในคัมภีร์ของพุทธศาสนานิกายมหายาน

ในพุทธศตวรรษที่ 18 อาณาจักรเขมรมีการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนามหายานเป็นศาสนาหลัก และมีการสร้างพระพุทธรูปนาคปรกเป็นพระประธานประดิษฐาน ณ อโรคยาศาลทุกแห่งทั่วอาณาจักร ครอบคลุมถึงพื้นที่ส่วนหนึ่งของประเทศไทย ทำให้ชาวไทยได้รับอิทธิพลและเคารพนับถือพระพุทธรูปนาคปรกแห่งการแพทย์จากวัฒนธรรมเขมรโบราณ

ลักษณะของพระพุทธรูปนาคปรกแห่งการแพทย์ จะมีข้อแตกต่างจากพระนาคปรกประจำวันเสาร์ 1 จุด คือ “เครื่องทรง” โดยพระนาคปรกแห่งการแพทย์ ไม่ได้ครองจีวรแบบนักบวช แต่ทรงเครื่องอย่างกษัตริย์ อีกทั้ง พระองค์แสดงธยานมุทรา และมีตลับหรือหม้อโอสถวางบนพระหัตถ์ซ้าย ซึ่งใช้ในการเสกน้ำมนต์แก้พิบัติภัยจากโรคระบาดและโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

ผู้บูชาพระนาคปรก เชื่อว่าสามารถหายจากโรคภัยไข้เจ็บทางกายและทางใจได้ หากบูชาอย่างถูกต้อง หรือเพียงสัมผัสรูปองค์พระ และในกรณีที่ผู้บูชาเจ็บป่วยร่างกายในบริเวณไหน ให้นำมือไปสัมผัสรูปของพระองค์ที่บริเวณนั้น ก็จะหายจากอาการเจ็บป่วย

พระปางนาคปรกนี้ นิยมสร้างเป็นพระนั่งบนขนดตัวพญานาค แต่หากจะรักษาพุทธลักษณะตามพุทธประวัติจะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งเสวยวิมุตติสุขภายในวงขนดของพญานาคที่สูงจนบังพระวรกายมิดชิด เพื่อป้องกันฝนและลม โดยจะเห็นได้ก็เพียงพระเศียร พระศอ และพระอังสา ตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร รัชกาลที่ 6 ซึ่งประดิษฐาน ณ หอพระ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ล่าสุดมูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร โดยสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ออกแบบ “เหรียญและพระนาคปรกใบมะขาม พระพุทธสัตตนาคเภสัชคุรุมุนี” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระปางนาคปรก ที่มีพุทธคุณทรงคุณค่าด้านการแพทย์ ผสมผสานกับเงาพระพักตร์ของรัชกาลที่ 4 และรูปมงกุฎ ตราสัญลักษณ์ของ สจล. เพื่อถ่ายทอดความหมายของกษัตริย์ ในฐานะพุทธราชาผสมเทวราช ในลักษณะ “พระพุทธรูปทรงเครื่อง” ที่แสดงพุทธภาวะอยู่เหนือเทพเทวะ มนุษย์ สัตว์ อสูรและภูตผี ปีศาจต่างๆ ประทับขัดสมาธิโดยมีฐานบัว 1 ชั้น รองรับพระวรกายบนบัลลังก์พญานาคมุจลินท์ 7 เศียร ขนดกาย 3 ชั้น และฝ่าพระหัตถ์ถือหม้อน้ำมนต์ อันแสดงถึงอำนาจแห่งพุทธคุณเยียวยารักษา โรคภัยไข้เจ็บทั้งทางกายและทางใจ

นอกจากนี้ ยังได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก “เหรียญและพระนาคปรกใบมะขาม พระพุทธสัตตนาคเภสัชคุรุมุนี” โดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธัมมธโช) ที่วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2563 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดให้ผู้มีจิตศรัทธาในพระนาคปรก สั่งจอง/เช่าบูชา อันจะเป็นส่วนหนึ่งของ รายได้ในการสมทบทุนจัดสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร (KMC Hospital) โรงพยาบาลวิจัยนวัตกรรมทางการแพทย์ ตลอดจนรักษาผู้สูงอายุในอนาคต

สอบถามข้อมูลการสั่งจอง หรือบริจาคเงินเพื่อสมทบทุนจัดสร้างโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร ได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร โทร.09-2454-8160, 09-2548-2640

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน