เจ้าเจตคุปต์ – สัปดาห์ก่อนได้เขียนเรื่องของพระกาฬไชยศรี ซึ่งเป็นเทพารักษ์ที่มีหน้าที่ปกป้องบ้านเมือง ทำเป็นรูปเทพารักษ์นั่งอยู่บนนกแสก พระกาฬไชยศรีเป็นบริวารของพระยม มีหน้าที่นำวิญญาณหรือชีวิตหลังความตายของผู้คนส่งให้พระยมพิพากษา การกระทำเมื่อมีชีวิตอยู่ในมนุษย์โลก (พระยมพิพากษาเฉพาะมนุษย์เท่านั้นสัตว์โลกอื่นพระยมไม่มีหน้าที่ตัดสินใดๆ) แต่ในความหมายสำคัญอีกอย่างหนึ่ง พระยมคือผู้รักษาความยุติธรรมให้กับโลก
เจ้าเจตคุปต์หรือเจ้าพ่อเจตคุปต์ก็เป็นเทพารักษ์ อีกองค์หนึ่งที่มีเรื่องเล่าขานถึงที่มาและอำนาจหน้าที่ของเจ้าเจตคุปต์ แตกต่างกันออกไปบ้าง เช่น เจ้าเจตคุปต์เป็นชื่อหนึ่งของพญายมราชเทพแห่งความตาย เที่ยงธรรมในการลงโทษผู้กระทำชั่วในชีวิตที่เป็นมนุษย์
เจ้าเจตคุปต์ในฐานะเป็นบริวารของพระยมมีหน้าที่จดบันทึกเรื่องราวของทุกชีวิตมนุษย์โลก เพื่อให้พระพรหมตัดสิน (ซึ่งตำแหน่งการบันทึกนี้บางตำนานเรียกว่า สุวาน เป็นผู้เก็บรักษาบันทึกของชีวิตมนุษย์) เพราะฉะนั้นรูปของเจ้าเจตคุปต์จึงเป็นรูปของเทพผู้ถือปากกาและขวดหมึก ในรูปปั้นของเจ้าเจตคุปต์ที่ศาลหลักเมืองถือเหล็กจารและคัมภีร์ ซึ่งหมายถึงการบันทึกความดีความชั่วของมนุษย์
เจ้าเจตคุปต์ผู้ที่เกิดจากการตื่นขึ้นของพระพรหม หลังจากหลับไป 1,000 ปี เมื่อสร้างพระยมให้เป็นผู้ตัดสินความดี ความเลวของมนุษย์แล้ว พระยมได้ร้องขอผู้ช่วย เมื่อพระพรหมตื่นขึ้นมาก็ปรากฏเจ้าเจตคุปต์ขึ้น
เจ้าเจตคุปต์ในอีกมุมหนึ่งของหน้าที่ของการควบคุมจิตวิญญาณแห่งความชั่วร้ายมิให้สร้างความเดือดร้อนแก่โลก
ในความหมายของคำว่า เจตคุปต์
เจต แปลว่า สังคม หรือเคลื่อนไหว
คุป แปลว่า คุ้มครอง รักษา ปกครอง
แปลความของเจ้าเจตคุปต์ในศาลหลักเมือง น่าจะหมายความว่า ผู้ปกครองคุ้มครองสังคมให้มีความยุติธรรม การสร้างเจ้า เจตคุปต์ขึ้นก็เพื่อใช้เป็นเรื่องของการปกครองกรุงรัตนโกสินทร์ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ของการปกครองที่มีความยุติธรรมเป็นหลักสำคัญ
ชวพงศ์ ชำนิประศาสน์