โยง หยางผิง สู่สกุลซือหม่า(61) – จ้าวเยี่ยนค่อยๆ ปรับลมหายใจแล้วถามไปยังช่างทอผ้าสูงวัยแห่งอำเภอเวินเซี่ยนอย่างช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “ท่านช่วยบรรยายรูปร่างหน้าตาของคุณชายสกุลหยางหน่อยได้ไหม”
นางเริ่มบรรยายอีกครั้งอย่างไม่เต็มใจเท่าใดนัก
จ้าวเยี่ยนอาจเก่งเรื่องคัมภีร์แต่ไม่เก่งเรื่องการวาดภาพ กระนั้น ก็พอมีทักษะอยู่บ้าง เมื่อรับฟังคำบอกเล่าของช่างทอผ้าสูงวัยแล้วก็วาดใบหน้าคนลงบนกระดาษ
จากนั้น ปรับแก้ไปตามคำบรรยายอย่างต่อเนื่อง
ครั้นเมื่อวาดภาพได้สำเร็จเสร็จสิ้น จ้าวเยี่ยนหยิบขึ้นมาพิจารณา ในความรู้สึกรวบยอดเหมือนถูกสายฟ้าฟาดกระหน่ำใส่อย่างฉับพลันทันใด
จนต้องยืนแข็งทื่อ
เพราะรู้สึกคุ้นเคยกับคนที่ปรากฏในภาพวาดเหลือเกิน เพราะทุกค่ำคืนหลังจากต่งกุ้ยเหรินจากไป ใบหน้านี้จะปรากฏในความฝันของจ้าวเยี่ยน
ไม่เคยลืมเลือน
จับจ้องมองไปเป็นเวลาเนิ่นนาน ทุกริ้วรอย ทุกเค้าโครง ล้วนประทับแน่นแนบอยู่ในส่วนลึกจิตใจของจ้าวเยี่ยน คุ้นเคยยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น ถึงกับโพล่งออกมาด้วยเสียงอันดัง
“โอรสสวรรค์”
จ้าวเยี่ยนค่อยๆ วางภาพ จ้องมองช่างทอผ้าสูงวัยเขม็ง สายตาเหมือนกับคมเล็บเหยี่ยวคมกริบ เพียรอย่างเต็มเรี่ยวแรงที่จะพยายามขุดคุ้ยความลับจากนางให้ได้มากกว่านี้
ช่างทอผ้าสูงวัยกระถดถอยไปอย่างตื่นลน ไม่กล้าจ้องตา
ทันใดนั้นที่ศีรษะด้านหลังของจ้าวเยี่ยนก็ถูกวัตถุขนาดใหญ่กระแทกเข้ามาอย่างแรง ส่งผลให้จ้าวเยี่ยนหมดสติไป ณ บัดดล
คนร่างสูงใหญ่หนึ่งวางท่อนไม้ในมือแล้วลากร่างจ้าวเยี่ยนออกไป
นี่เป็นเรื่องอันเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ภายในโรงงานทอผ้าของหญิงสูงวัย แห่งอำเภอเวินเซี่ยน หลังจ้าวเยี่ยนวาดภาพตามคำบอกเล่าเป็นภาพของหยางผิงอย่าง เด่นชัด
แต่กลับละม้ายเหมือนกับ “โอรสสวรรค์” ที่เคยเห็น
หลังเหตุการณ์ฉับพลันทันใด บุรุษในชุดคลุมผ้าแพรเดินเข้ามา กวาดสายตามองไปโดยรอบ สีหน้าเคร่งเครียด
เห็นเช่นนั้นช่างทอผ้าสูงวัยรีบหมอบลงกับพื้น
“คุณชายใหญ่ ข้าน้อยปฏิบัติตามคำสั่งของท่านอย่างเคร่งครัด พอรู้ว่าคนผู้นี้มาสืบเรื่องของคุณชายหยาง ก็รีบแจ้งจวนซือหม่าให้ทราบ”
“อืม” นั่นเป็นเสียงจากซือหม่าหล่าง
ซือหม่าหล่างก้มลงหยิบภาพซึ่งจ้าวเยี่ยนทำหล่นจากมือลงบนพื้นขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียดลออ
“เขาถามอะไรเจ้าบ้าง”
ได้ยินคำถามเช่นนี้ช่างทอผ้าสูงวัยจึงเล่าบทสนทนาระหว่างตนเองกับจ้าวเยี่ยนให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบครบถ้วน
ซือหม่าหล่างหยิบเศษผ้าชิ้นนั้นมากำไว้
ไม่ว่าการมาของจ้าวเยี่ยนที่เริ่มต้นด้วยการสอบถามถึงรากฐานความเป็นมาของผ้าอันทอมาจากอำเภอเวินเซี่ยน ลงเอยด้วยการประมวลรูปร่างหน้าตาของหยางผิง
นำไปสู่ภาพเหมือนอีกคราหนึ่ง
เมื่อซือหม่าหล่างหยิบเศษผ้าอันจ้าวเยี่ยนนำติดตัวมาจากสวี่ตูขึ้นพิจารณา ก็ประจักษ์ในสภาพความเป็นจริงอันดำรงอยู่
ผ้าเป็นของสกุลหม่า แต่กลับอยู่ในมือของอี้หลางผู้หนึ่งซึ่งมาจากสวี่ตู
“เจ้าต้องจำไว้ให้ดี เจ้าไม่เคยได้ยินอะไร และเจ้าไม่เคยเห็นอะไรทั้งนั้น เจ้าเข้าใจหรือไม่” เป็นเสียงกำชับอย่างเฉียบขาดและมั่นคงจากซือหม่าหล่าง
ความจัดเจนเตือนให้ตระหนักว่าเภทภัยกำลังมาเยือน