แววเจ้าเล่ห์ จาก ซือหม่าอี้ (62) – เมื่อซือหม่าหล่างเดินออกมาจากห้องรองนายอำเภอซึ่งรออยู่แล้วรีบเข้าไปต้อนรับ ถูมือไปมาอย่างประหม่าพร้อมกับรายงาน “เขาเป็นคนที่ราชสำนักส่งมาหากเกิดเรื่องและถูกเอาความ…..”

ซือหม่าหล่างปรายตามองอย่างเยียบเย็น “สกุลซือหม่าเราย่อมชี้แจงกับราชสำนัก เอง”

รองนายอำเภอถอยไปอย่างว่านอนสอนง่าย ต้องยอมรับว่าบารมีของราชสำนัก สูญสิ้นไปเกือบหมดแล้ว ขุนนางฝ่ายปกครองในเมืองและอำเภอต่างๆ หากไม่ได้รับ การยอมรับจากสกุลใหญ่ในท้องถิ่น

ก้นยังนั่งไม่ทันร้อนก็อาจเสียชีวิตได้

เท่าที่ซือหม่าหล่างมีคำอธิบายให้อย่างรวบรัดว่า “สกุลซือหม่าเราย่อมชี้แจงกับ ราชสำนักเอง” นับว่าเห็นแก่หน้าค่าตาของรองนายอำเภออย่างยิ่งแล้ว

หลังจากแจ้งให้รองนายอำเภอกลับไป

ซือหม่าหล่างก็บัญชาให้ข้ารับใช้นำตัวจ้าวเยี่ยนไปยังป้อมปราการแห่งหนึ่งของตระกูลอย่างลับๆ จากนั้นจึงกลับจวนตระกูลซือหม่าในหมู่บ้านเซี่ยวจิ้งหลี่

แล้วก็ตรงไปหาน้องชาย ซือหม่าอี้

ในห้วงเวลาอันหน้าสิ่วหน้าขวานนี้ซือหม่าอี้เอนร่างอยู่บนตั่ง ในมือถือตำราม้วนหนึ่งอ่านอย่างสนุกสนาน ที่ขาขวาพันด้วยผ้าชิ้นหนึ่ง ข้างๆ ยังมียาชามหนึ่ง ภายในชามมีน้ำแกง โดยที่ไม่ได้แตะต้องยา

“จ้งต๋า ทำไมเจ้าไม่กินยา”

“ปากข้าบาดเจ็บ เมื่อกินของพวกนี้แล้วมันจะไหลออกทางมุมปากทำผ้าห่มเลอะ เปรอะเปื้อน” ขณะพูดสายตายังคงจับจ้องอยู่กับม้วนตำรา

เป็นเช่นนั้นซือหม่าหล่างส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา

แม้จะเป็นการเอือมระอาแต่ปากก็ยังบ่นออกมา “เจ้าเอาอีกแล้ว ทุกครั้งเวลาให้เจ้ากินยาเจ้าต้องแกล้งเป็นอัมพาต ถึงกับบ้วนยาออกทางมุมปาก

ข้าจะคอยดูว่าเมื่อแก่ตัวอายุเจ็ดแปดสิบแล้วยังจะหน้าไม่อายแบบนี้อีกหรือไม่”

ท่วงท่าอาการและวัตรปฏิบัติของซือหม่าอี้เป็นไปตามที่ซือหม่าหล่างคาดหมาย ทุกประการนั่นก็คือ ยังดำรงความ “หน้าไม่อาย” อย่างไม่แปรเปลี่ยน

“ดูตามสถานการณ์ก่อนแล้วกัน”

ทุกอย่างย่อมอยู่ในความรับรู้ หลังจากพวกเขา ซือหม่าหล่าง ผู้พี่ ซือหม่าอี้ ผู้น้องเสร็จสิ้นภารกิจโจมตีเติ้งจั่นบนเส้นทางเวินเซี่ยน-สวี่ตู ก็ถอยกลับอย่างราบรื่น โดยไม่มีผู้ใดพบเห็น

ขาขวาซือหม่าอี้ถูกเติ้งจั่นทำร้าย ทั้งยังย่ำบนพื้นหิมะเป็นเวลานาน

บาดแผลค่อนข้างสาหัส ได้แต่สร้างเรื่องโกหกว่าถูกเสือตะปบในตอนล่าสัตว์ นอนพักรักษาตัวอยู่ภายในจวน เมื่อซือหม่าหล่างเล่าเรื่องจ้าวเยี่ยนให้ฟัง

ซือหม่าอี้ค่อยวางม้วนตำราสีหน้าบ่งบอกความแปลกใจ “เขาพูดคำว่า “โอรส สวรรค์ “หรือ”

“ใช่” ซือหม่าหล่างขานรับพร้อมกับส่งภาพวาดให้ ซือหม่าอี้รับไปชำเลืองดูเพียง แวบเดียวแล้วโยนเอาไว้ด้านข้าง

ยุทธนิยาย “ความลับแห่งสามก๊ก” กับซีรีส์ “ความลับสามก๊ก” ต่างกันตรงนี้

ต่างตรงที่ซีรีส์ดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็ว ฉับไว จากการสอบด้วยตัวของซือหม่าอี้เอง ขณะที่ยุทธนิยายเดินเรื่องเชื่องช้ามากกว่า

แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์อันสะท้อนความเป็นซือหม่าอี้เอาไว้โดยครบถ้วน

เมื่อติดตามท่วงทำนองการกินยาพร้อมกับน้ำแกงในชามอันวางอยู่ข้างๆ กาย ซือหม่าอี้ ขณะที่ให้ความสนใจต่อม้วนตำราในมือ

หลายคนอาจรู้สึกคุ้นๆ

คุ้นกับสถานการณ์อันเฉินโซ่วบันทึกไว้ใน “จดหมายเหตุสามก๊ก” ตอนที่หลี่ซินเดินทางเข้าพบเพื่ออำลาตามแผนของโจซองก่อนเดินทางไปเป็นเจ้าเมืองเซียงจิ๋ว

แล้วสุมาอี้ถอดหมวกปล่อยผมเป็นกระเซิงนั่งห่มผ้าอยู่บนเตียง

อาการอันสำแดงออกย่อมเป็นลักษณะป้ำๆ เป๋อๆ ซ้ำยังมีสาวใช้คอยประคอง อยู่ข้างๆ 2 คน เมื่อหลี่ซินรายงานว่าจะไปเป็นเจ้าเมืองเซียงจิ๋วซือหม่าอี้ฟังแล้วก็ ทวนคำ

“อันเมืองเปงจิ๋วนั้นใกล้กับเมืองของพวกฮวนทูเจี๋ย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน