สภาวะ ยอกย้อน ของซือหม่าอี้ (65) – เมื่อจ้าวเยี่ยนได้สติขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องขังอันมืดสนิท อากาศรอบข้างอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์ ลูบศีรษะด้านหลังสัมผัสได้ในสภาพ ปูดโนและรู้สึกแสบร้อน
ต้องสะบัดศีรษะด้วยความปวดเจ็บ พยายามย้อนรำลึกกลับไป
กระนั้น ความวิงเวียนที่รุนแรง รุมเร้า ทำให้ภายในมันสมองถูกก่อกวนจนเละเหมือนเนื้อสับหม้อหนึ่ง ทันใดนั้น มือก็แตะไปต้องวัตถุอ่อนนุ่ม
เมื่อก้มหน้าลงมองไปก็เห็นเป็นขาคน
จ้าวเยี่ยนตระหนกจนต้องรีบหดมือกลับ แต่เมื่อกวาดสายตามองไปโดยรอบก็พบคนคนหนึ่งนั่งอยู่ที่มุมห้องในสภาพอ่อนปวกเปียกเหยียดขามาทางเขา
จึงคลำที่เอวพบป้ายคำสั่งยังอยู่จึงหยิบมาแกว่ง “ข้าคืออี้หลาง จ้าวเยี่ยน”
ทั้งยังบอกรายละเอียดต่อไปด้วยว่า “ราชสำนักส่งข้ามาพบเหล่าบัณฑิตที่อาศัยอยู่ในเหอเน่ย” เท่ากับย้อนกลับไปยังภารกิจพื้นฐาน ภารกิจดั้งเดิม
หวังจะยุติปัญหา หวังจะสร้างและทำความเข้าใจ
แต่การณ์หาได้เป็นตามความปรารถนาของจ้าวเยี่ยนไม่ เพราะเสียงอันดังมาจากอีกด้านกลับเจือเคล้าด้วยแววเหยียดหยัน เยาะเย้ย
“พบปะบัณฑิตรึ ยุคสมัยนี้ใครจะมีเวลาว่างมาพบปะบัณฑิตอีก”
แม้จะได้ยินแววประชดประเทียด กระนั้น จ้าวเยี่ยนก็ไม่ได้สนใจต่อน้ำเสียงเสียดสีสมองของเขาค่อยแจ่มชัดขึ้น นึกขึ้นได้ว่าก่อนหมดสติเกิดอะไรขึ้น
“เจ้าเป็นใคร ที่นี่คือที่ไหน”
“ที่นี่ คือป้อมปราการของสกุลซือหม่าในอำเภอเวินเซี่ยน ข้าชื่อ ซือหม่าอี้” กังวานเสียงอันดังลั่นออกมามากด้วยความมั่นใจ
แม้จะรู้ตั้งแต่ออกจากสวี่ตูว่าเป้าหมายอยู่ที่ใด แต่อี้หลาง จ้าวเยี่ยนก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตะลึง
จ้าวเยี่ยนนึกขึ้นได้ว่า ที่ตนกำลังพูดด้วยคือคุณชายรองสกุลซือหม่า แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ เหตุไฉนคุณชายรองจึงดูตกอับมาถึงระดับนี้
ทั้งยังถูกส่งตัวเข้ามาในคุกบ้านของตัวเอง
คนหนุ่มจับได้ในความคลางแคลงใจ ลูบขาตัวเองและยิ้มอย่างหม่นหมอง “ตอนนี้คนในสกุลซือหม่าคงคิดว่าข้ายังไม่กลับจากล่าสัตว์กระมัง ใครจะไปคิดว่า คุณชายรองจะถูกพี่ชายแท้ๆ ตีจนขาหักและโยนเข้ามาในคุกอันมืดดำที่ไม่มีใครล่วงรู้แห่งนี้”
เมื่อมองไปยังขาซึ่งบาดเจ็บของซือหม่าอี้ ยิ่งทำให้เชื่อมากขึ้นอีกหลายส่วน เพราะฟังจากน้ำเสียงของซือหม่าอี้ดูเหมือนนี่จะเป็นความขัดแย้งภายในระหว่าง พี่น้อง
ยุคสมัยนี้เรื่องแบบนี้พบเห็นได้ไม่ยาก
ยิ่งเมื่อประสบเข้ากับคำถามอย่างตรงไปตรงมาจากซือหม่าอี้ “แล้วเจ้าล่ะ ทำไมถึงมาถูกขังอยู่ที่นี่” ยิ่งทำให้จ้าวเยี่ยนต้องอึ้งไปครู่หนึ่ง
ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี
ทั้งนี้เพราะจ้าวเยี่ยนไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมตนจึงถูกจับมาขังไว้ที่นี่ เพียงจำได้รางๆ ว่า ภาพสุดท้ายที่เห็นคือภาพเหมือนของหยางผิงจากนั้นก็หมดสติ
“คงละเมิดกฎบางอย่างในอำเภอเวินเซี่ยนเข้ากระมัง” เป็นคำตอบจากจ้าวเยี่ยน
ใครที่ติดตามบทบาทของจ้าวเยี่ยนนับแต่เหยียบบาทก้าวเข้ามาในอำเภอ เวินเซี่ยน กระทั่งวาดภาพเหมือนของหยางผิงออกมาจากคำบอกเล่าของหญิงช่างทอผ้า
ย่อมรู้ว่าเป้าหมายของจ้าวเยี่ยนคืออะไร
ขณะเดียวกัน ใครก็ตามที่ติดตามบทบาทของซือหม่าหลางที่สั่งให้คนของตน เข้าจัดการกับศีรษะของจ้าวเยี่ยนอย่างฉับพลันทันใด
ย่อมรู้ว่าเป้าหมายของซือหม่าหลางคืออะไร
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อซือหม่าอี้รับรู้ข้อมูลจากทางด้านของจ้าวเยี่ยน และรับรู้ข้อมูลและการเคลื่อนไหวของซือหม่าหลางเป็นอย่างดี
อะไรคือ “เป้าหมาย” ของซือหม่าอี้ในขณะนี้
เสถียร จันทิมาธร