มติ 5 ข้อจากส.ว.สหรัฐ – กรณีสมาชิกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา สหรัฐอเมริกา เคลื่อนไหวให้วุฒิสภามีมติเกี่ยวกับประเทศไทย เป็นเรื่องที่ ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก
ที่ไม่เกิดบ่อย อาจเพราะสองประเทศเป็นพันธมิตรแน่นแฟ้นกันมาอย่างยาวนาน สหรัฐ จึงระมัดระวังมาตลอดที่จะไม่ให้ความสัมพันธ์ถูกกระทบกระเทือนหรือถูกเข้าใจผิด
กระทั่งสัปดาห์ก่อน มีกลุ่มส.ว.เสนอมติ 5 ข้อที่มีเนื้อหาชัดเจนถึงรัฐบาลไทย เกี่ยวกับการชุมนุมของขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตย ในไทย
ทั้ง 5 ข้อล้วนย้ำคำว่าประชาธิปไตย ตั้งแต่หลักการเริ่มต้นจนถึงหนทางแก้ปัญหา
เป็นไปได้สูงว่า สหรัฐจะถูกกลุ่มต่อต้าน ผู้ชุมนุมมองว่าเข้ามาจุ้นจ้านต่อกิจการ ในประเทศไทย หลังจากมีการปลุกระดมมา พักใหญ่ว่าสหรัฐเป็นประเทศที่สนับสนุนกลุ่ม ผู้ประท้วง
แต่สำหรับรัฐบาลไทย การจะแสดงปฏิกิริยาหรือท่าทีต่อความเคลื่อนไหวของส.ว.สหรัฐ เป็นเรื่องต้องระวังอย่างยิ่ง คงจะแสดงเหมือนผู้คลั่งชาติ หรือชาตินิยมสุดโต่งไม่ได้
ส.ว.สหรัฐเป็นตำแหน่งทรงเกียรติและมีบทบาทสูงต่อการเมืองของสหรัฐ ในฐานะตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งในแต่ละมลรัฐ
ประชาธิปไตยเป็นอุดมการณ์และผลประโยชน์หลักที่สหรัฐพยายามปกป้องและพัฒนา
หากไทยเดินสวนทางกับเส้นทางนี้ ย่อมเป็นปัญหาสำหรับสหรัฐ
เนื้อหาส่วนหนึ่งในมติที่กลุ่มส.ว.สหรัฐยื่นต่อสภาสูง คือให้รัฐบาลไทยหลีกเลี่ยงการคุกคาม ข่มขู่ ผู้ที่ร่วมชุมนุมประท้วงอย่างสงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องปกป้องสิทธิและสวัสดิภาพของนักเรียนนักศึกษา
รวมทั้งปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวทางการเมืองทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข
ตัดภาพกลับมาที่ประเทศไทยในช่วงเวลาเดียวกัน มีผู้อำนวยการโรงเรียนประกาศห้ามนักเรียนใส่ชุดไปรเวต หรือแต่งกายไม่เป็นไปตามระเบียบ พร้อมคาดโทษที่มีจุดลงเอยว่าจะอยู่ในโรงเรียนต่อไปไม่ได้
ความต้องการของนักเรียนที่เคลื่อนไหวให้ยุติการบังคับผ่านชุดเครื่องแบบที่เป็นสัญลักษณ์ กลับกลายเป็นช่องทางให้ผู้ควบคุมกฎใช้อํานาจ บาตรใหญ่
น่าสงสัยว่า รัฐบาลจะอธิบายเรื่องอำนาจนิยมเช่นนี้กับชาติประชาธิปไตยว่าอย่างไร