ลักษณะ ซับซ้อน และย้อนแย้ง(66) – ท่าทีของซือหม่าอี้ตรงไปตรงมาและเข้าสู่เป้าหมายโดยไม่อ้อมค้อม “เจ้าไม่ต้องปิดบังหรอก ในเมื่อมาจากสวี่ตูแสดงว่าต้องเป็นเรื่องของหยางผิงพี่น้องข้าผู้นั้นแน่ๆ
หาไม่แล้วก็คงไม่ถูกพี่ใหญ่ข้าจับมาขังที่นี่”
พอได้ยินชื่อ “หยางผิง” จ้าวเยี่ยนก็มากด้วยความตื่นเต้น เป็นความตื่นเต้นถึงระนาบที่ Ma Bo Yong บรรยายออกมาว่า จ้าวเยี่ยนรีบใช้ทั้งมือและเท้าคลานไปใกล้ซือหม่าอี้อีกหลายก้าว
“หยางผิงรึ เจ้าก็รู้แล้วหรือ”
“หึ หึ เจ้าคิดว่าเหตุใดพี่ใหญ่จึงต้องตีข้าจนขาหักแล้วโยนเข้ามาไว้ในสถานที่แบบนี้ เพื่อแย่งชิงกิจการเล็กๆ น้อยๆ ของสกุลซือหม่าเท่านั้นหรือ หรือว่าทำเพื่อคนผู้นั้นในสวี่ตู”
ซือหม่าอี้จงใจพูดอย่างช้าๆ พยายามสังเกตสีหน้าของอีกฝ่าย
ผลที่สะท้อนกลับมาเกิดขึ้นแทบจะในทันที แทบจะโดยอัตโนมัติ จ้าวเยี่ยนเบิกตาโตเป็นไปตามความคาดหมาย น้ำเสียงเริ่มเคร่งเครียดและจริงจัง
“เจ้าพูดถึงใครกันแน่”
เด่นชัดว่า “เหยื่อ” อันโยนออกไปถูกฮุบแล้วความร้อนใจของจ้าวเยี่ยนนั่นแหละคือคำตอบ ซือหม่าอี้ค่อยๆ เอนศีรษะไปข้างหลัง ยกมือขวาชี้ขึ้นไปบนฟ้า
หลับตาลงโดยไม่มีคำพูดใดออกมาจากปาก
ผลก็คือ จ้าวเยี่ยนมองตามสัญญาณจากมือขวาของซือหม่าอี้ หัวคิ้วมุ่นเข้าด้วยกันก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาและยอมรับว่า “เจ้าคิดถูกความเกี่ยวข้องระหว่างโอรสสวรรค์กับหยางผิงเกรงว่าจะซับซ้อนเกินกว่าที่พวกเราจินตนาการ”
ได้ยินคำว่า “โอรสสวรรค์” สายตาของซือหม่าอี้พลันคล้ายปะทุของสะเก็ดไฟ นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนขยับขยายตัวเพื่อเปิดพื้นที่ให้กับจ้าวเยี่ยน
จ้าวเยี่ยนคลานเข้าไป หลบหลีกขาที่บาดเจ็บของซือหม่าอี้แล้วนั่งเคียงไหล่กัน
ถามว่าทำไมเพียงได้ยินคำว่า”โอรสสวรรค์”ออกจากปากขณะที่พิจารณาภาพเหมือนของหยางผิง ผลที่ตามมาคือการกระหน่ำฟาดเข้าที่ศีรษะอย่างรุนแรงจนหมดสติ
ทำไมซือหม่าอี้จึงวางแผนดึงจ้าวเยี่ยนมาเป็นพวก
ต้องมีหลายท่านสงสัยอย่างแน่นอนว่าเหตุใดจึงนำเอาบทบาทและพฤติกรรมระหว่างซือหม่าอี้กับจ้าวเยี่ยนมานำเสนออย่างค่อนข้างละเอียดเป็นตุเป็นตะ
ราวกับเชื่อว่าทุกอย่างเป็น “เรื่องจริง”
ความรับรู้โดยพื้นฐานต่อ “สามก๊ก”โดยเฉพาะที่เป็นยุทธนิยายก็เห็นพ้องต้องกันว่ามีรากฐานความเป็นจริงอยู่ 70 และดำเนินไปอย่างเป็นเรื่องแต่งอยู่ 30
ไม่ว่าจะเป็น “งิ้ว” ไม่ว่าจะเป็น”ยุทธนิยาย”
เพียงแต่เรื่องราวทั้งหมดอันเขียนขึ้นในภายหลังอิงแอบแนบอยู่กับที่ปรากฏผ่าน “จดหมายเหตุสามก๊ก”ของเฉินโซ่วอย่างเป็นด้านหลัก
เป้าหมายจึงต้องยอมรับว่าเป็น “นิยาย” เป็น “เรื่องแต่ง”
ไม่ว่าจะเป็น “สามก๊ก” ของหลอกว้านจง ไม่ว่าจะเป็น “ความลับแห่งสามก๊ก”ของ Ma Bo Yong ไม่ว่าจะเป็น “หงสา จอมราชันย์” อันมีจุดตั้งต้นจากเฉินเหมา ตามมาด้วยหวังอี๋ซิง
แล้วทำไมจึงต้องจาระไนอย่างยาวเหยียด ละเอียดลออ
ความเป็นจริงที่จะต้องทำความเข้าใจก็คือ รายละเอียดไม่ว่าของซือหม่าอี้ ไม่ว่าของจ้าวเยี่ยน ไม่ว่าของหยางผิงเสมอเป็นเพียง “มรรค” เสมอเป็นเพียง “ช่องทาง”
เพื่อนำไปสู่ตัวตนแห่งความเป็น “ซือหม่าอี้”
เพื่อความรับรู้สภาพการณ์ในทางความคิด เพื่อความรับรู้ถึงเหตุผลที่รองรับกับการสำแดงออกและเคลื่อนไหวของซือหม่าอี้เป็นสำคัญ
1 เป็นคนอย่างไร 1 มีกรรมวิธีในการบริหารจัดการแต่ละปัญหาอย่างไร
ประเด็นอยู่ที่ว่า ซือหม่าอี้จะจัดระบบ “ความคิด” จะจัดระบบ “ความเชื่อ” ให้กับจ้าวเยี่ยนอย่างไรก่อนปล่อยให้เดินทางกลับสวี่ตู
โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อบ้านของสกุลซือหม่า