หลวงปู่สี อภิรโส – วันจันทร์ที่ 8 ธ.ค. 2563 น้อมรำลึกครบ 104 ปี ชาตกาล “พระครูวิธานกิจสุนทร” หรือ “หลวงปู่สี อภิรโส” อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านขอนแก่น หมู่ 2 ต.นาอุดม อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ชาวมุกดาหาร และจังหวัดใกล้เคียง ให้ความเลื่อมใสศรัทธา
ท่านเป็นศิษย์สืบสายธรรมหลวงปู่ฝั้น อาจาโร แม่ทัพธรรมภาคอีสาน, หลวงปู่สิม พุทธาจาโร อีกทั้งยังเคยเดินธุดงค์ร่วม กับหลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดบรรพตคีรี (วัดภูจ้อก้อ) จ.มุกาดาหาร
เกิดในสกุล ดีดวงพันธ์ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค. 2459 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะโรง โยมมารดาชื่อนางบุญ
ในวัยเยาว์หลังจบการศึกษาชั้น ป.4 ช่วยเหลือครอบครัวทำนา และมีโอกาสติดตามบุพการีเข้าวัดทำบุญบ่อยครั้ง ขณะมีอายุ 11 ขวบ ขออนุญาตมารดาบวชเณรที่วัดบ้านเกิด พ.ศ.2488 อายุ 29 ปี เข้าอุปสมบทที่วัดป่าศิลาวิเวก อ.เมือง จ.มุกดาหาร มีหลวงปู่คำ เป็นพระอุปัชฌาย์
อยู่จำพรรษากับพระอุปัชฌาย์ ฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐาน ก่อนจะออกเดินธุดงค์ข้ามแม่น้ำโขง ไปร่ำเรียนด้านพุทธาคมกับสมเด็จลุน บรมครูผู้วิเศษแห่งนครจำปาสักที่วัดพระบาทโพนฉันในฝั่งสปป.ลาว และพระครูขี้หอม หรือเจ้าราชครูหลวงสะเม็ก พระเถระชื่อดังฝั่งลาว ผู้เคยนำพาคณะญาติโยมมาบูรณะองค์พระธาตุพนม ร่ำเรียนนานหลายปีจนช่ำชอง
หลังธุดงค์นานหลายปี จึงเดินทางกลับสู่บ้านเกิดวัดศิลาวิเวก อ.เมือง ได้ระยะหนึ่ง ต่อมาญาติโยม อาราธนานิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านขอนแก่น จวบจนปัจจุบัน
งานด้านสาธารณูปการ ในห้วงจำพรรษาอยู่ที่วัดได้พัฒนาเสนาสนะ ด้วยเป็นช่างไม้มาก่อน ได้นำพาญาติโยมก่อสร้างศาลาการเปรียญไม้ 2 ชั้น ด้วยหลวงปู่เป็นผู้ชอบสันโดษ เก็บตัวเงียบและมีความเป็นอยู่อย่างสมถะเรียบง่าย ท่านใช้ใต้ถุนศาลาการเปรียญ เป็นกุฏิจำพรรษา
กระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2561 หลวงปู่ ลูกศิษย์และญาติโยม ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ เพื่อไว้ประกอบสังฆกรรมของสงฆ์ สิ้นงบประมาณไป 3 ล้านกว่าบาท
นอกจากนี้ยังสร้างเจดีย์สูงประมาณ 12 เมตร ใช้งบประมาณสร้าง 1 ล้านบาท ไว้เป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อรวบรวมเครื่องอัฐบริขารของท่าน
ลำดับสมณศักดิ์ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2541 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอธิการสี พ.ศ.2546 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่พระครูวิธานกิจสุนทร
เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2562 หลวงปู่สี มีอาการอาพาธ เนื่องจากชราภาพมาก ลูกศิษย์จึงนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลมุกดาหาร นานกว่า 20 วัน
วันที่ 17 ต.ค. 2562 ท่านมีอาการเหนื่อยหอบ จึงนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลมุกดาหาร ช่วงกลางดึกอีกรอบ แต่อาการไม่สู้ดีจึงนำตัวกลับมาที่กุฏิวัด
กระทั่งเมื่อเวลา 03.09 น. วันที่ 19 ต.ค. 2562 ละสังขารอย่างสงบที่กุฏิ ท่ามกลางความเศร้าสลดของคณะศิษย์และญาติโยม
สิริอายุ 103 ปี พรรษา 66
ชนะ วสุรักคะ