ขุดบ่อ ล่อให้ลงไป ในปลัก(68) – เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นของจ้าวเยี่ยนเช่นนั้น ซือหม่าอี้ลอบกระหยิ่มใจอย่างห้ามไม่อยู่ ที่มุมปากผุดรอยยิ้มลำพอง เพราะในความเป็นจริงนอกจากคำพูดสำคัญ อันคลุมเครือเพียงไม่กี่คำ

ซือหม่าอี้ไม่รู้อะไรเลย

นี่คือความเป็นจริงซึ่ง Ma Bo Yong สำแดงออกผ่าน “ยุทธนิยาย” ดำเนินไปตามหลักการ คำโกหกที่ชาญฉลาดต้องเป็นเท็จ 7 ส่วน จริง 3 ส่วน

กระสวนเช่นนี้ผู้อื่นจึงจะเชื่อถือและไม่สงสัย

เป้าหมายของซือหม่าอี้ คือ ต้องการหยั่งเชิงเรื่องราวในสวี่ตู จึงจงใจพูดออกมาอย่างลึกลับ ไม่ชัดเจน แต่เป็นความลึกลับ ไม่ชัดเจน อันทำให้อีกฝ่ายเข้าใจว่ารู้เรื่องราวทั้งหมด

แต่ความจริงในนั้นกลับไม่มี “ข้อเท็จจริง” แม้แต่ประโยคเดียว

กระสวนแบบนี้เสนอเข้าไปอย่างสอดรับกับสภาพที่จ้าวเยี่ยนประสบอยู่ เพราะโดยพื้นฐานก็มีเรื่องกังวล มีเรื่องหนักใจตกค้างอยู่แล้ว จึงรู้สึกว่าซือหม่าอี้พูดถูก

จึงถูก “ล้วง” เอา “ความลับ” ไปโดยไม่รู้ตัว

ทันทีที่ปราการในทางความคิดถูกพังทลายราบลง ผลที่ตามมาก็คือ การสนทนาบทต่อไปย่อมไหลลื่นดุจก้อนเมฆและสายน้ำ ไม่มีอะไรมาขวางกั้น ไม่มีการงันชะงักดำรงอยู่

จึงเล่าทุกอย่างที่ซือหม่าอี้ไม่เคยรู้ได้รู้

ตั้งแต่ความสัมพันธ์ดั้งเดิมแต่เยาว์วัยของทั้งสองระเรื่อยไปจนถึงคำสั่งเสียก่อนตายของต่งกุ้ยเหริน เล่าอย่างมีอารมณ์ เล่าอย่างต่อเนื่องยาวนานร่วม 2 ชั่วยาม

ส่วนใหญ่เป็นการพร่ำเพ้อถึงต่งกุ้ยเหริน

ซือหม่าอี้ย่อมเออออตาม แม้จะรู้สึกว่าเป็นการพร่ำเพ้อถึงสายสัมพันธ์อันยาวนานตั้งแต่กาลอดีต ขณะเดียวกัน ภายในแววตาก็สะท้อนแววระยับ กลอกไปกลอกมา

นี่คือตัวตนของจ้าวเยี่ยน นี่คือตัวตนของซือหม่าอี้

ซือหม่าอี้รับรู้ถึง “จุดอ่อน” ของจ้าวเยี่ยนได้ครบถ้วน ใช้กลยุทธ์กระหน่ำเข้า ที่ใจ ยึดและครอบครองพื้นที่ในทางอารมณ์ ในทางความคิดไว้ได้ครบถ้วน

ต่อจากนี้จึงขึ้นอยู่กับว่าจะใช้ “ข้อมูล” นี้ไปในทิศทางใด

สภาพการณ์การพบและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างซือหม่าอี้กับจ้าวเยี่ยนภายในคุกมืดของตระกูลซือหม่า อะไรคือเป้าหมายของ Ma Bo Yong

เด่นชัดว่าต้องการสะท้อนให้เห็นความฉลาด สะท้อนให้เห็นเหลี่ยมเล่ห์

ทุกอย่างดำเนินไปบนพื้นฐานแห่งความต้องการ 1 ต้องการอาศัยความรับรู้ที่ได้มาเพื่อนำไปสู่การรักษาสถานะของตระกูลมิให้กระทบกระเทือนจากสถานการณ์

1 ล้วงเอาความลับของอีกฝ่ายมาเป็นเครื่องมือ มาเป็นอาวุธ

อาศัยจังหวะเวลาที่จ้าวเยี่ยนอ่อนแอ ไร้ที่พึ่งในทางความคิด และประเมิน ซือหม่าอี้ว่าไม่ได้รู้เห็นเงื่อนงำและปัญหาซึ่งเกิดขึ้นในสวี่ตู

แต่ภายในเป้าหมายนี้ก็มี “จุดอ่อน” มีช่องโหว่

เป็นช่องโหว่ที่จ้าวเยี่ยนแม้จะอยู่ในสภาพตกเป็นทาสของอารมณ์ แต่ก็เป็นบัณฑิต และเป็นถึงอี้หลางทำงานใกล้ชิดกับมหาปราชญ์ระดับข่งหรง

จะไม่มีความแคลงคลางกังขาต่อการเข้ามาของซือหม่าอี้บ้างเลยเชียวหรือ

อย่าลืมเป็นอันขาดว่า แม้จ้าวเยี่ยนจะรับอาสาข่งหรงเพื่อเดินทางไปยังปิ้งโจวแต่ก็ช่วงชิงโอกาสนั้นเดินทางมายังอำเภอเวินเซี่ยน เพื่อหาข้อมูลอันเกี่ยวกับหยางผิง

อี้หลางอย่างจ้าวเยี่ยนย่อมรู้ดีอย่างที่สุด

รู้ดีว่าอำเภอเวินเซี่ยนดำรงอยู่อย่างไร มีอิทธิพลของตระกูลซือหม่าครอบคลุมอยู่อย่างหนาแน่นแทบจะทุกอณูของพื้นที่

เพียงซือหม่าอี้บอกว่าขัดแย้งกับตระกูลถึงกับถูกทำโทษและจำขัง

เท่านั้นอี้หลาง จ้าวเยี่ยนก็พร้อมที่จะลงไปในสายน้ำเดียวกันกับซือหม่าอี้ เปิดเผย ความนัยและเงื่อนงำทุกอย่างอันเกิดขึ้นและมีความสงสัยในสวี่ตูจนหมดสิ้น

จ้าวเยี่ยนจึงเท่ากับถูกกำหนดบทบาทให้กลายเป็น “เหยื่อ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน