ร่วมเดินทาง 90 จาก 100 ลี้ (70) – เมื่อเห็นจ้าวเยี่ยนเงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงงซือหม่าอี้จึงตามไปด้วย “เดินทาง 100 ลี้ 90 ลี้คือครึ่งหนึ่งเท่านั้น ในเมื่อเจ้าสัมผัสกับขอบของความจริงแล้ว จะปล่อยให้สิ่งที่พยายามก่อนหน้านี้สูญเปล่าได้อย่างไร
จะผิดต่อคำสั่งเสียของต่งกุ้ยเหรินได้อย่างไร”
เพียงได้ยินนามของ “ต่งกุ้ยเหริน” สีหน้าของจ้าวเยี่ยนก็เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้น เล็กน้อย ทอดมองแสงจันทร์และพึมพำออกมา “เจ้าพูดถูก เส่าจวินยังเฝ้าดูข้าอยู่บนสวรรค์
ข้าจะล้มเลิกความพยายามอย่างนี้ไม่ได้”
แต่แล้วน้ำเสียงอันเปี่ยมด้วยความมั่นใจก็หดหู่ลงในชั่วพริบตา “แต่ตอนนี้ เจ้ากับข้าติดอยู่ในคุก จะออกไปได้อย่างไร อีกอย่างเกรงว่าพี่ใหญ่ของเจ้าจะมีส่วนร่วม ในแผนการร้ายด้วย
แม้แต่สัมพันธ์พี่น้องเขายังไม่สนใจแล้วจะปล่อยข้าไปได้อย่างไร”
ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นว่า อี้หลาง จ้าวเยี่ยนเป็นคนละเอียดลออ และมีลักษณะครุ่นคิด วิเคราะห์ต่อแต่ละปัญหาอย่างค่อนข้างลึกซึ้ง
อะไรทำให้จ้าวเยี่ยนต้องสะดุด ฉุกคิด
คําอธิบายอันมาจาก Ma Bo Yong ระบุว่า ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อครู่ซือหม่าอี้พูดเป็นนัยเหมือนไม่ได้ตั้งใจว่าสกุลซือหม่าเกี่ยวพันกับเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง ตัวเองเป็นเพราะค้นพบความจริงจึงถูกส่งเข้าคุก
หากไม่ทำอย่างนี้ซือหม่าอี้ย่อมไม่มีทางได้รับความไว้วางใจจากจ้าวเยี่ยน
เป็นไปตามคาด จ้าวเยี่ยนจับความนัยนั้นได้และเชื่อโดยไม่สงสัย คิดและประเมินว่าซือหม่าอี้เป็นคนรู้ใจที่คิดตรงกัน
ถึงได้มีการเปิดใจพูดความจริงหลังจากนั้น
การรุกของซือหม่าอี้คือ “ขอเพียงเจ้าสาบานตรงนี้ว่า เมื่อกลับถึงสวี่ตูแล้วจะสืบหาความจริงสุดท้ายให้กระจ่างแจ้ง ข้าจะช่วยเจ้าเอง”
ได้ยินดังนั้นจ้าวเยี่ยนตกใจระคนสงสัย “เจ้าจะช่วยข้าได้อย่างไร”
ในความรู้สึกของจ้าวเยี่ยน เจ้าหนุ่มคนนี้กำลังปลอบใจ เพราะตามความเป็นจริงที่เห็น ซือหม่าอี้ก็อยู่ในฐานะนักโทษคนหนึ่ง ซ้ำที่ขายังได้รับบาดเจ็บ
จะไปทำอะไรได้มากกว่านี้อีกเล่า
ซือหม่าอี้ยื่นนิ้วออกชี้ตรงไปยังมุมหนึ่งของห้องขัง “ถึงอย่างไรข้าก็เป็นคุณชายรองสกุลหม่าพอมีอำนาจอยู่บ้าง แม้แต่พี่ใหญ่ข้ายังไม่รู้ มุมผนังตรงนั้นมีช่องอยู่ถูกชนกระแทกเมื่อปีก่อน
ภายหลังปะซ่อมไปแล้วแต่ไม่แน่นหนา หากใช้มือขุดย่อมออกไปจากที่นี่ได้”
คำถามของจ้าวเยี่ยนไม่สลับซับซ้อน อย่าว่าแต่คนระดับอี้หลาง อย่าว่าแต่คนเป็นบัณฑิต เป็นคำถามที่รู้กันอยู่อย่างดี
นั่นก็คือ “แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ใช้เอง”
“ข้าไม่เหมือนกับเจ้า” พูดพลางซือหม่าอี้ก็ตบขาที่บาดเจ็บพร้อมกับยืนยัน “ขาข้าเป็นเช่นนี้จะหนีไปได้อย่างไร อีกอย่างต่อให้หนีออกไปได้แต่จะไปไหนเล่า”
เหมือนกับสะท้อนให้เห็นถึงความอับจนหนทาง
ได้ยินดังนั้น จ้าวเยี่ยนพลันรู้สึกว่าเลือดลมในกายเดือดพล่าน ลุกขึ้นยืนและโพล่งออกมาด้วยเสียงอันดังว่า
“ข้าจะแบกเจ้าออกไป พวกเราไปสวี่ตูด้วยกัน”
ต้ องยอมรับว่า สายสัมพันธ์อันสานเสริมเติมขึ้นอย่างรวดเร็วระหว่างจ้าวเยี่ยน กับซือหม่าอี้เป็นสายสัมพันธ์ของคนที่ร่วมชะตากรรมเดียวกัน
เป็นสายสัมพันธ์ในยามยาก
เป็นเรื่องของคนที่ถูกจำขัง ณ คุกมืด 2 คน เป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยน “ข้อมูล” ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากกรณีเพลิงไหม้ตำหนักบรรทมโอรสสวรรค์อันมากด้วยเงื่อนงำ
เพราะว่าจากนั้นนำไปสู่การตายของ “ต่งกุ้ยเหริน” ที่จ้าวเยี่ยนผูกพัน
ขณะเดียวกัน กรณีเพลิงไหม้นั้นยังสามารถโยงสายยาวมายังหยางผิง มายังอำเภอเวินเซี่ยนที่หยางผิงเคยมีชีวิตอยู่ตั้งแต่เยาว์กระทั่งแตกเนื้อหนุ่ม ความเห็นอกเห็นใจจึงบังเกิด
ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนที่ซือหม่าอี้จัดวางเอาไว้ครบถ้วน