ทำบุญ‘พระแก้วเพชรสุวรรณ’ – พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.สภ.เมืองกำแพงเพชร พร้อมคณะนายตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนร่วมพิธีทำบุญฉลอง “พระแก้วเพชรสุวรรณ” พระพุทธรูปประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร โดยมี พระครูวชิรปัญญากร (อำนวย ปัญญาวโร) รองเจ้าคณะจังหวัดกำแพงเพชร และเจ้าอาวาสวัดบ่อสามแสน คณะสงฆ์จำนวน 9 รูป ทำพิธีสวดเจริญพระพุทธมนต์ และประกอบพิธีเบิกเนตร “พระแก้วเพชรสุวรรณ” เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พระแก้วมรกต เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาช้านาน ตามตำนานกล่าวว่า ผู้สร้าง คือ พระนาคเสนเถระ แห่งประเทศอินเดีย ต้องการบำรุงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง จึงดำริที่สร้างพระพุทธรูปด้วยแก้วมณี เมื่อสร้างเสร็จได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุเจ็ดพระองค์เข้าประดิษฐานในองค์พระแก้วมรกต

พระแก้วมรกตเดิมประดิษฐานที่นคร ปาตลีบุตร แห่งประเทศอินเดีย ต่อมาเกิดสงครามประชาชน จึงอัญเชิญพระแก้วมรกตไปยังลังกาทวีป จากนั้นหลังปีพุทธศักราช 1000 พระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ที่พระมหานครเอกราช แต่เกิดอุทกภัย ทำให้ประชาชนตายทั้งพระนคร
ต่อมา พระเจ้าอาทิตยราชแห่งอโยธยา ยกกองทัพมาตีชายแดนมหานครเอกราช จึงอัญเชิญมาไว้ที่นครอโยธยา

ก่อนที่พระยาวิเชียรปราการแห่งเมืองกำแพงเพชร อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชร
มีคำถามว่า พระแก้วมรกต เคยประดิษฐานอยู่กำแพงเพชรจริงหรือไม่ ???
จากหลักฐานอาจยืนยันได้ว่ามาอยู่ที่กำแพงเพชรจริง และเมื่อพระแก้วมรกต ประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชรนั้น ต้องประดิษฐาน ณ วัดในกำแพงเมือง วัดประจำเมืองกำแพงเพชร คือ วัดที่เรียกกันว่าวัด พระแก้ว เพราะเชื่อกันว่าถ้ามาอยู่กำแพงเพชร ต้องอยู่ที่วัดแห่งนี้อย่างแน่นอน พระแก้วมรกตประดิษฐานที่กำแพงเพชรระยะหนึ่ง ทำให้เมืองกำแพงเพชรมีชื่อเสียงโด่งดังว่าเป็นเมืองสำคัญในทางพระพุทธศาสนา ทำให้หัวเมืองฝ่ายเหนือคิดจะแย่งชิงพระแก้วมรกตไป แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะความแข็งแกร่งของเมืองกำแพงเพชร
เจ้านครเชียงราย ยกกองทัพใหญ่มีไพร่พลนับแสนมากำแพงเพชร เพื่อทูลขอพระแก้วมรกต ไปเป็นขวัญพระนครเชียงรายด้วยแสนยานุภาพที่เกรียงไกร กำแพงเพชรจึงให้พระแก้วมรกตไปด้วยความโศกเศร้าของอาณาประชาราษฎร์ คงมีการแย่งชิงพระแก้วมรกตกันอีกหลายครั้ง ทำให้เจ้า ผู้ครองนครเชียงราย นำพระแก้วมรกตไปซ่อนไว้ภายในพระเจดีย์ วัดป่าเยี้ยะ ทำให้พระแก้วมรกตหายสาบสูญไป
กระทั่งเกิดฟ้าผ่าพระเจดีย์ ทำให้พบพระแก้วมรกตอีกครั้ง เจ้าเมืองเชียงใหม่ตั้งใจจะอัญเชิญพระแก้วมรกตไปไว้ที่เชียงใหม่ แต่มาถึงกลางทาง ช้างที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตไม่ยอมเดิน แต่กลับมาที่เขลางค์นคร จึงมาประดิษฐานที่นครลำปาง ต่อมาพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์เชียงใหม่ อัญเชิญพระแก้วมรกตจากลำปางมาไว้ที่สถูปเจดีย์หลวง เมืองเชียงใหม่
ต่อมาพระเจ้าไชยเชษฐา อัญเชิญพระแก้วมรกตไปไว้ที่นครหลวงพระบาง และประดิษฐานที่เมืองเวียงจันทน์ในที่สุด อยู่ในประเทศลาว เป็นเวลาประมาณ 200 ปี
พระแก้วมรกต ได้รับการอาราธนาอีกครั้งหนึ่งในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีจากเมืองเวียงจันทน์ มายังพลับพลาที่วัดแจ้ง (วัดอรุณราชวราราม) โดยพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพระราชหัตถเลขาว่า ได้อาราธนาจากเมืองเวียงจันทน์ข้ามมายังเมืองพานพร้าว (น่าจะเป็นเมืองศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย) ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขงเดินทัพมาถึงเมืองสระบุรี
พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ เสด็จขึ้นไปรับพระแก้วมรกต ว่าเป็นขบวนเรือไปรับที่ท่าเจ้าสนุก หลังจากที่อัญเชิญมาทางบก แล้วประกอบพิธีสมโภช 3 วัน 3 คืน จึงอัญเชิญมาที่ท่าพระราชวังหลวง มาประทับแรมที่พระตำหนักบางธรณี (วัดตำหนักใต้บ้างกระสอ นนทบุรี) และในที่สุดพระแก้วมรกต มาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานครในปัจจุบัน

จากหลักฐานทั้งหมดยืนยันได้ว่า พระแก้วมรกตเคยมาอยู่ที่เมืองกำแพงเพชรจริง และเมืองกำแพงเพชรเป็นเมืองใหญ่มาก สามารถนำกองทัพเรือไปรับพระแก้วมรกต จากอโยธยาไว้ที่กำแพงเพชรได้

ทั้งนี้ สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้จัดสร้างพระแก้วมรกต โดยตั้งชื่อว่า “พระแก้วเพชรสุวรรณ” ขนาดหน้าตัก 14 นิ้ว ไว้เป็นพระพุทธรูปประจำสถานีตำรวจภูธรเมืองกำแพงเพชร เพื่อเป็นที่สักการบูชา
สร้างความเป็นสิริมงคลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกำแพงเพชร สืบไป
โดย อาทิตย์ สุวรรณโชติ